
Zoom Communications, Inc. (NASDAQ: ZM) ประกาศเปิดตัว ZoomMate พื้นที่การทำงานในรูปแบบ Agentic AI ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถขยายจากการพูดคุยในที่ทำงานไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงได้อย่างราบรื่นโดยไม่สูญเสียบริบทระหว่างทาง ZoomMate พัฒนาขึ้นจากวิสัยทัศน์เรื่องระบบการดำเนินงาน (System of Action) ของ Zoom ที่ได้ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยจะทำหน้าที่เชื่อมโยงบริบทจากการสนทนาสดเข้ากับการค้นหาแบบอัจฉริยะ การรันเวิร์กโฟลว์ เอเจนต์ที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ และการสร้างสรรค์เนื้อหาด้วย AI
ZoomMate ช่วยให้ผู้ใช้ก้าวข้ามอุปสรรคที่เกิดจากเครื่องมือการทำงานที่กระจัดกระจายและเวิร์กโฟลว์ที่ไม่ต่อเนื่อง โดยการดึงข้อมูลจากทั่วทั้ง Zoom และระบบธุรกิจอื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ ออกมาสร้างเป็นงานจริงจากบริบทการประชุมและข้อมูลขององค์กร พร้อมทั้งช่วยประสานงานติดตามผลในแต่ละเวิร์กโฟลว์ได้ทันทีโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องสลับเครื่องมือไปมา การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Zoom ในการเป็นระบบการดำเนินงาน (System of Action) ที่เปลี่ยนบทสนทนาสู่ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์
รัสเซล ดิกเกอร์ (Russell Dicker) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (Chief Product Officer) ของ Zoom กล่าวว่า “สิ่งที่ดึงดูดใจให้ผมมาร่วมงานกับ Zoom คือความจริงที่เรียบง่ายว่า ไม่มีบริษัทไหนที่ยืนอยู่ในจุดที่ Zoom ยืนอยู่ นั่นคือการเป็นศูนย์กลางของทุกบทสนทนาที่มีการตัดสินใจเรื่องงาน ZoomMate ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลเชิงลึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นก่อน ระหว่าง หรือหลังการประชุม ZoomMate จะเชื่อมต่อสิ่งทีถูกตัดสินใจแล้ว เข้ากับสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อในทุกระบบที่งานของคุณดำเนินการอยู่
เมโลดี บรูว์ (Melody Brue) รองประธานและนักวิเคราะห์หลักจาก Moor Insights & Strategy กล่าวว่า “ตลาดในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากผู้ช่วย AI แบบแยกส่วน (Isolated AI Helpers) ไปสู่เครื่องมือที่สามารถเชื่อมโยงการตัดสินใจ ข้อมูล และเวิร์กโฟลว์ทั่วทั้งองค์กรได้ดียิ่งขึ้น โซลูชัน AI ส่วนมากมักจะทำงานอยู่แค่ที่ขอบรอบนอกของงาน โดยมีข้อจำกัดด้านบริบทแบบเรียลไทม์ที่มีผลต่อการตัดสินใจ แต่ ZoomMate มีวิธีการที่แตกต่างออกไป เพราะมันเข้าไปนั่งอยู่ในบทสนทนาที่มีการตัดสินใจที่เกิดขึ้นโดยตรง สิ่งนี้ทำให้ตัว AI ได้เรียนรู้บริบททางธุรกิจที่สดใหม่ และช่วยให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่มีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับงานที่ทีมกำลังทำอยู่จริง ๆ”

ขีดความสามารถของ ZoomMate: ค้นหา ประสานงาน และทำให้งานเสร็จสมบูรณ์
ZoomMate นำเสนอขีดความสามารถขั้นสูงของ Agentic AI ที่จะช่วยให้ทีมเปลี่ยนจากข้อมูลเชิงลึกไปสู่ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว
Agentic Search: นำองค์ความรู้ขององค์กรเข้าสู่ทุกบทสนทนา
- ZoomMate ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลจากทั้งใน Zoom, บนเว็บไซค์ และระบบภายนอก (Third-party) เพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมากที่สุดสำหรับโปรเจกต์ บัญชีลูกค้า ทิกเก็ตงาน นโยบาย หรือคำถามทางธุรกิจ
- ด้วยการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ServiceNow, Salesforce และ Workday รวมถึงการจัดทำดัชนีข้อมูลจากระบบองค์กรที่ผู้ใช้ผสานการใช้งานไว้ ZoomMate สามารถค้นหาและแสดงข้อมูลจากไฟล์ภายในองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า ปัญหาที่เปิดค้างอยู่ ทิกเก็ตงานบริการ บทความความรู้ อัปเดตโปรเจกต์ ไฟล์ และคอนเทนต์ทางธุรกิจอื่น ๆ
- สามารถผสานรวมบริบทที่เกี่ยวข้องจาก Zoom Meetings, Phone, Chat รวมถึงแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันอื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ เช่น Google และ Microsoft เข้ากับขั้นตอนการทำงานได้โดยตรง พร้อมให้ผู้ใช้มีทุกอย่างที่ต้องการ โดยไม่ต้องสลับเครื่องมือหรือเสียสมาธิในการทำงาน
- ผลลัพธ์ที่แสดงจะอ้างอิงจากองค์ความรู้ที่องค์กรเชื่อมต่อไว้ และออกแบบมาให้สอดคล้องกับการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง สิทธิ์การใช้งาน และนโยบายกำกับดูแลขององค์กร
- แตกต่างจากเครื่องมือค้นหาสำหรับองค์กรทั่วไปที่จัดทำดัชนีเฉพาะเอกสาร ZoomMate สามารถเชื่อมโยงไฟล์ ข้อมูลในระบบ และบทสนทนาที่อยู่เบื้องหลังข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกัน
Orchestrate: ประสานการติดตามงานระหว่างทีม แอปพลิเคชัน และระบบต่าง ๆ
- เลเยอร์ระบบอัจฉริยะ (Agentic layer) ของ ZoomMate ช่วยให้สามารถประสานงานและดำเนินการเชิงรุกข้ามระบบได้ โดยผสมผสานเวิร์กโฟลว์ AI เข้ากับ Agent อัจฉริยะที่สามารถลงมือทำ เรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมขององค์กรได้
- Agents สามารถติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์ ระบุขั้นตอนถัดไปจากบริบทการประชุม และเริ่มดำเนินการติดตามงานโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การทำงานต่อเนื่องตั้งแต่บทสนทนาไปจนถึงการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์
- ประสานการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ระหว่างการประชุม แอปพลิเคชัน และระบบต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นประจำให้กลายเป็นเวิร์กโฟลว์ที่ทำซ้ำได้
- จัดตารางกิจกรรมใน Google Calendar หรือ Microsoft Outlook และส่งต่อคำขอไปยังระบบที่เกี่ยวข้อง
- อัปเดตข้อมูลในระบบ สร้างงานติดตามผล ร่างข้อความสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงสั่งรันเวิร์กโฟลว์รับพนักงานใหม่ (Onboarding) หรือระบบซัพพอร์ตโดยอัตโนมัติ
- ลดช่องว่างและความผิดพลาดในการส่งต่องาน โดยการเชื่อมโยงบริบทจากการสนทนาเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง
Complete: เปลี่ยนการประชุมและบริบทขององค์กรให้กลายเป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์
- ZoomMate เปลี่ยนการประชุมให้กลายเป็นงานที่เสร็จสมบูรณ์ โดยการสร้างงานนำเสนอ (Presentations) เอกสาร (Documents) สเปรดชีต (Spreadsheets) รายงาน และแผนงานโปรเจกต์ จากบทสนทนาในที่ประชุมและบริบทองค์กรโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ทีมขับเคลื่อนจากการพูดคุยไปสู่การดำเนินงานได้เร็วขึ้น
- ด้วยการใช้ความสามารถของ Zoom AI Productivity Suite ทำให้ ZoomMate สามารถอัปเดตผลงานต่าง ๆ ตามการตัดสินใจที่เปลี่ยนแปลงได้ทันที ทำให้แผน เอกสาร และผลงานอื่น ๆ ยังคงเป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องซิงก์ข้อมูลด้วยตนเอง
- แตกต่างจากเครื่องมือ AI ทั่วไปที่พึ่งพาเฉพาะคำสั่ง (Prompts) หรือการป้อนบริบทด้วยตัวผู้ใช้เอง ZoomMate สามารถเข้าใจสิ่งที่บทสนทนาในที่ประชุม จึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงประเด็นและสอดคล้องกับเนื้อหาจริงออกมาในรูปแบบของงานนำเสนอ เอกสาร และสเปรดชีตได้โดยตรง

แนวทางการนำ ZoomMate ไปปรับใช้ในทีม
ZoomMate ผสานเข้ากับเวิร์กโฟลว์การทำงานที่ทีมใช้อยู่ เพื่อให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์และเชื่อมโยงตั้งแต่การประชุมครั้งแรกไปจนถึงผลงานขั้นสุดท้าย ด้วยการเชื่อมต่อบริบทจากบทสนทนาเข้ากับข้อมูลในองค์กร ทีมจึงสามารถทำงานธุรการที่ต้องทำซ้ำให้เป็นอัตโนมัติ และมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานที่มีมูลค่าสูงกว่าได้
- พนักงานออฟฟิศ/คนทำงานสายข้อมูล: ผู้ใช้สามารถขอให้ ZoomMate ดึงข้อมูลสำคัญจาก Google Docs ทิกเก็ตที่เปิดอยู่ใน Jira และบทสนทนาล่าสุดจาก Slack ก่อนเริ่มประชุม จากนั้นสามารถให้ ZoomMate ช่วยจัดการและนัดหมายกิจกรรมใน Google Calendar หรือ Outlook โดยไม่ต้องค้นหาตารางว่างของแต่ละคนด้วยตนเอง และสุดท้าย ZoomMate ยังช่วยค้นหาข้อมูลเฉพาะจากเอกสารและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น Google Drive และ SharePoint เพื่อใช้ในการอัปเดตโปรเจกต์ โดยมีบทสนทนาเป็นแหล่งข้อมูลหลัก
- ทีมขาย: ZoomMate สามารถดึงข้อมูลบัญชีลูกค้าจาก Salesforce ก่อนการโทร อัปเดตข้อมูลโอกาสทางการขายทันที หลังจบการประชุม และร่างข้อเสนอเพื่อติดตามผลจากทรานสคริปต์การประชุม โดยที่ทีมขายไม่ต้องสลับไปใช้งานหลายแอปพลิเคชัน
- ทีมผลิตภัณฑ์และวิศวกรรม: ZoomMate สามารถดึงข้อมูลพื้นฐานของโปรเจกต์จาก Google Docs ระบุปัญหาที่เปิดอยู่ใน Jira แสดงบทสนทนาที่เกี่ยวข้องจากเครื่องมือทำงานร่วมกัน และเปลี่ยนรายการงานที่ต้องทำให้เป็นแผนงานหรืออัปเดตสถานะที่สะท้อนการตัดสินใจล่าสุด
- ทีม HR และ Operations: ZoomMate สามารถตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับนโยบายจากฐานความรู้ที่เชื่อมต่อไว้ ส่งต่อคำขอของพนักงานไปยังระบบที่เหมาะสม และทริกเกอร์เวิร์กโฟลว์ onboarding โดยอัตโนมัติเมื่อยืนยันวันเริ่มงานของพนักงานใหม่

บทสนทนาในฐานะเลเยอร์ของการประสานงาน (Orchestration Layer) สำหรับการทำงานยุคใหม่
เมื่อ AI ถูกผสานเข้ากับซอฟต์แวร์การทำงานมากขึ้น ความท้าทายถัดไปจึงไม่ใช่เพียงการสร้างเนื้อหามากขึ้นหรือสรุปการประชุมได้มากขึ้น แต่คือการช่วยให้ทีมทำงานที่เกิดจากบทสนทนาให้เสร็จสมบูรณ์ Zoom เชื่อว่าบทสนทนาคือเลเยอร์ของบริบทการทำงานยุคใหม่ เพราะบทสนทนาสามารถบันทึกการตัดสินใจ ความตั้งใจ การอนุมัติ ข้อโต้แย้ง และขั้นตอนถัดไปที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีความหมาย
ZoomMate ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิดดังกล่าว ด้วยการเชื่อมต่อบริบทของการสนทนาเข้ากับระบบขององค์กรและการรันงานแบบอัจฉริยะ (Agentic execution) ZoomMate จึงช่วยให้ทีมขยับจากการพูดคุยไปสู่การลงมือทำได้โดยไม่ต้องปูพื้นฐานบริบทใหม่ในเครื่องมือที่แยกจากกัน สิ่งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของแพลตฟอร์ม Zoom นั่นคือการเป็นระบบการดำเนินงานที่มีบทสนทนาเป็นศูนย์กลาง (Conversation-centric system of action) เพื่อเปลี่ยนการร่วมมือทำงานแบบเรียลไทม์ ให้กลายเป็นผลงานสำเร็จรูป
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้สำหรับลูกค้าออนไลน์และลูกค้าองค์กรโดยตรงในภูมิภาคอเมริกาเหนือ (North America) โดยเริ่มต้นที่ราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อผู้ใช้ต่อเดือน พร้อมเครดิต AI ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ สำหรับการเปิดตัวในอุตสาหกรรมเฉพาะทางและภูมิภาคอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึง EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) และ APAC (เอเชียแปซิฟิก) คาดว่าจะทยอยเปิดตัวตามมาในช่วงปลายปีนี้
หมายเหตุ: แม้ ZoomMate จะเปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว แต่ผู้ใช้ทุกคนอาจยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในทันที เนื่องจากเป็นการทยอยเปิดให้ใช้งานเป็นลำดับ








