รองนายกฯเอกนิติ ชี้ โลกกำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ โดย AI ผู้ประกอบการรายเล็กต้องใช้ Agentic AI ลดต้นทุน เพื่ออยู่รอด เติบโตในยุคโลกเปลี่ยน
พร้อมสั่งการหน่วยงานรัฐเร่ง ออกมาตรการใหม่ กำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำลงอีก ช่วยเพิ่มขีดแข่งขัน “คนตัวเล็ก”
สมาพันธ์ SME ไทย จัดงาน THAI MSME FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) โดยมีผู้ประกอบการ MSME สมาชิกสมาพันธ์ เครือข่ายธุรกิจ ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพันธมิตรจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 1,400 คน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการไทย

ในงานนี้ มี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถา ถึงแนวนโยบาย และมาตรการของภาครัฐในการเพิ่มศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ MSME ว่า เรามักจะพูดกันว่าจะพลิกโฉมธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างไร หรือการเพิ่มขีดความสามารถด้วยระบบดิจิทัล แต่ก่อนที่เราจะไปพลิกโฉม เราต้องเข้าใจก่อนว่า สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจของธุรกิจโลกวันนี้ เปลี่ยนไปมากจะเห็นว่าเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เราเพิ่งรู้จัก AI เช่น Chat GPT แต่วันนี้มี AI มีเพิ่มอีกหลากหลาย เช่น Gemini และ AI ตัวอื่นๆ เต็มไปหมด ซึ่ง AI กำลังเป็นกระแสที่เข้ามาอย่างรุนแรง ถ้าดูเร็วๆ ก็คิดว่า เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่มาของโอกาสและความเสี่ยงโอกาสเช่นกัน
ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า เรื่อง AI โดยเฉพาะ SME ซึ่งจะมาทั้งโอกาสและความเสี่ยง เนื่องจากสมัยก่อน SME มีต้นทุน เวลาจะจ้างใครสักคนมาทำงาน SME ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก และยังต้องหาคนมาทำ แต่ในปัจจุบัน AI ที่ล่าสุดเรียกว่า Agentic AI ผู้ประกอบการ SME สามารถมีเอเจนต์ที่เป็น AI Agent ดูบัญชี Agent ดูกฎหมาย Agent ดูด้านการตลาด โดยที่เราไม่ต้องจ้างคนเลย
“นี่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ แม้หลายคนอาจจะมองแค่เป็นเทรนด์ แต่ผมคิดว่าวันนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โลกเราเคยเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาแล้วก็คือในเชิงเศรษฐกิจ คือตอนปฏิวัติอุตสาหกรรม ประมาณปี ค.ศ.1800-1900 แต่วันนั้น คือการทำให้มีไฟฟ้าใช้ มีอุตสาหกรรม มีการใช้เรือทำให้มีการขนส่งค้าขายระหว่างประเทศ” ดร.เอกนิติ กล่าว
ดร.เอกนิติ ย้ำว่า การปฏิวัติครั้งล่าสุดนี้ ก็คือการมีอินเตอร์เน็ตทำให้ดีสรัป (Disrupt) การติดต่อทำให้เราสามารถส่งอีเมลหากันง่าย แต่ครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นการปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง เพราะสภาพธุรกิจจะเปลี่ยนไป โดยเปิดโอกาสให้คนที่เรียนรู้ดิจิทัล และเปิดโอกาสให้คนที่เรียนรู้เอไอได้ลดต้นทุน เพราะผู้ประกอบการ สามารถที่จะมี Agent ที่เป็น AI ช่วยเราทำงานเราอาจจะเก่งด้านหนึ่ง แต่ AI จะมาช่วยเราอีกด้านหนึ่ง สมัยก่อนเวลาจะร่างสัญญา หรือจะต้องไปตรวจสัญญา เราก็ต้องจ้างนักกฎหมาย ซึ่งค่า Legal Fee ก็แพง แต่วันนี้เมื่อใช้ AI เบื้องต้นก็จะมีคนวิเคราะห์ให้ โดยแทบจะไม่มีต้นทุน ต้นทุนจะถูกลงมาก นี่คือโอกาสที่จะเข้าถึง
“ผมต้องขอบคุณท่านประธานสมาพันธ์ SME ที่ท่านไปจับมืออาลีบาบาที่จะทำ AI ฟังแล้วก็ดีใจ เพราะจะช่วยให้สมาพันธ์SME และสมาชิกเข้าถึงต้นทุนที่ถูก และจะเป็นการต่อยอดได้อย่างมากมาย เพราะฉะนั้น AI จะเป็นคนยกระดับศักยภาพของเอสเอ็มอี ช่วยให้ต้นทุนถูกลง ช่วยให้เข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และยังช่วยทำการตลาดให้ เดี๋ยวนี้ใครจะทำโปรโมชั่น ไปลง social media AI สามารถทำให้เสร็จหมด ซึ่งทำดีกว่าคนอีก นี่เป็นการยกระดับศักยภาพ สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ คือ AI Potential แต่ผมบอกแล้วว่า AI มาด้วยความเสี่ยง AI ที่จำเป็นมันอาจจะหลอกเราได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเก่งและฉลาดกว่า AI เรื่องนี้ผมต้องฝากท่านประธานสมาพันธ์ SME ด้วย เพราะ AI สามารถมันฟุ้งได้ และฝันได้เค้าจะพยายามตอบเราทุกคำถาม เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสามารถมีองค์ความรู้ที่เราสามารถตรวจสอบได้ด้วย” ดร.เอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติ ยังเน้นย้ำด้วยว่า AI แม้จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แต่ AI ก็จะตามมาด้วยความเสี่ยงต่างๆ ดังนั้นตนจึงอยากฝากให้ ประธานสมาพันธ์ SME ต้องมีกลไกในการป้องกันจากการถูกหลอกด้วย
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ ยังได้ประกาศผ่านเวทีนี้ว่า ได้สั่งการไปยังผู้บริหารหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ให้บริการต่อผู้ประกอบการ SME ในอัตราที่ต่ำลงกว่าเดิมอีกด้วย โดยรายละเอียดเรื่องนี้ ผู้ประกอบการสามารถติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย)และสถาบันการเงินของรัฐ








