แคลิฟอร์เนียปลูกกาแฟ “เกอิชา” เปิดประมูลครั้งแรกที่ดูไบ!

ความพยายามปลูกกาแฟในแคลิฟอร์เนียมีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1870 ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้ไร่กาแฟหลายแห่งในรัฐนี้ ประสบความสำเร็จในการปลูกกาแฟเกอิชา หนึ่งในสายพันธ์ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดและแพงที่สุดในโลก

…”นครดูไบ” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีร้านธุรกิจร้านกาแฟพิเศษแบบลักชัวรี่อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เน้นนำเสนอกาแฟหรูหราราคาแพงระยับ แม้ปลูกกาแฟไม่ได้เนื่องสภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ดูไบมีการประมูลกาแฟพิเศษเป็นของตัวเอง แล้วก็เปิดดำเนินการกันมาในปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว

เวทีประมูลกาแฟที่ดูไบ มีเชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการว่า Dubai Coffee Auction ดึงดูดความสนใจจากบรรดาผู้ผลิตกาแฟดังๆ ทั่วโลก ทั้งละติน อเมริกา, แอฟริกา และเอเชีย

การประมูลของปีนี้เพิ่งจบไปเมื่อ 20 มกราคมที่ผ่านมานี้เอง มีกาแฟสายพันธุ์ “เกอิชา” ถูกส่งเข้าประกวดมากที่สุด ผู้เขียนเข้าไปสำรวจรายชื่อไร่ดูแล้วปรากฏว่ามีไร่กาแฟจาก 6 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ปานามา, โคลอมเบีย, กัวเตามาลา, โบลิเวีย, เอธิโอเปีย และไต้หวัน อาจเป็นด้วยอิทธิพลของร้านกาแฟระดับไฮเอน “จูลิธ คอฟฟี่” (Julith Coffee) ในดูไบ หรือไม่อย่างไรไม่ทราบได้

กาแฟเกอิชา ปลูกในแคลิฟอร์เนีย จากไร่คอนดอร์ ริดจ์ แรนช์ ร่วมประมูลกาแฟที่นครดูไบเมื่อเร็วๆนี้ ภาพ : app-dubaicoffeeauction

จูลิธ คอฟฟี่ สร้าง “สถิติโลก” ด้วยการประมูลกาแฟปานามา เกอิชา ของไร่ฮาเซียนด้า ลา เอสเมอรัลด้า ในรายการเบสท์ ออฟ ปานามา 2025 ไว้ราคาสูงสุดกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 1 ล้านบาท เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ผลการประมูลปรากฏว่า ปานามา เกอิชา จากเจ้าเดิม ไร่ฮาเซียนด้า ลา เอสเมอรัลด้า ได้เงินประมูลสูงสุดอันดับ 1 ไปครอง ในราคา 3,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม มีบริษัทกาแฟไต้หวันประมูลไปได้

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่สร้างความฮือฮาไม่น้อยให้กับวงการกาแฟพิเศษระหว่างประเทศ และผู้นิยมชมชอบกาแฟสุดเทพสายพันธุ์นี้ก็คือ  มีกาแฟจากไร่ใน “แคลิฟอร์เนีย” รัฐทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาติดมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งเข้าร่วมประมูลด้วย ใช่ครับ กาแฟตัวนี้คือ เกอิชา

รัฐแคลิฟอร์เนียมีไร่กาแฟประมาณ 70 แห่ง แทบทั้งหมดปลูกสายพันธุ์ดังและแพงสุดอย่างเกอิชา ภาพ : facebook.com/FrinjCoffee

กาแฟเกอิชา แบบวอช โพรเซส จำนวน 20 กิโลกรัม ปลูกโดย “คอนดอร์ ริดจ์ แรนช์” (Condor Ridge Ranch) ไร่กาแฟบริเวณเชิงเขาซานตาบาร์บารา ซึ่งเป็นของบริษัทกาแฟฟรินจ์ คอฟฟี่ (Frinj Coffee)  ในแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นกาแฟล็อตแรกจากแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ถูกขายในการประมูลระดับนานาชาติ ได้ราคาประมูลสูงสุดที่ 256 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม มีร้านกาแฟพิเศษญี่ปุ่น ฟิโลคอฟเฟีย ชนะประมูลไป

น่าสนใจครับ ไร่กาแฟจากแผ่นดินใหญ่สหรัฐอเมริกา ส่งกาแฟร่วมประมูลบนเวทีโลกครั้งแรก ก็จัดสายพันธุ์เกอิชากันเลยทีเดียว ส่วนไร่กาแฟนอกแผ่นดินใหญ่อย่างรัฐฮาวายหรือเปอร์โตริโก (เครือรัฐของสหรัฐอเมริกา) ก็ส่งกาแฟไปร่วมประมูลระดับนานาชาติเป็นประจำอยู่แล้ว

ในช่วงทศวรรษ 1870 บรรดาผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานพยายามปลูกกาแฟในทางตอนกลางและตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย แต่ต้องพบกับความ “ล้มเหลว” เนื่องจากเกษตรกรเข้าใจผิดว่าระดับความสูงเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ จึงปลูกในพื้นที่สูงๆตามไหล่เขา เลยเจอกับปัญหาน้ำค้างแข็ง ขณะที่ต้นกาแฟต้องการสภาพอากาศแบบเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน

จริงๆ ผู้เขียนก็เคยได้ยินมาก่อนว่า ปัจจุบัน ที่แคลิฟอร์เนียมีการปลูกกาแฟกันในบางพื้นที่ แต่นึกไม่ถึงว่าจะปลูกกาแฟเกอิชากัน พิจารณาดูแล้วสภาพอากาศและภูมิประเทศของแคลิฟอร์เนียไม่น่าจะเหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟอาราบิก้า โดยเฉพาะสายพันธุ์เกอิชาที่ชอบพื้นที่สูงมากกว่า 1,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป อากาศเย็นตลอดปี, ดินที่อุดมสมบูรณ์โดยดินภูเขาไฟ และมีร่มเงาจากไม้ใหญ่

ไร่หลายแห่งในแคลิฟอร์เนีย นิยมปลูกกาแฟแซมใต้ร่มเงาต้นอะโวคาโด ภาพ : facebook.com/FrinjCoffee

ที่สำคัญ ต้องมีการบริหารจัดการแปลงที่พิถีพิถัน เพราะเป็นสายพันธุ์ที่เติบโตช้า แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่พิเศษแบบ “เฉพาะตัว” สูงมาก จึงไม่ง่ายเลยครับที่ปลูกกาแฟที่ได้รับการยกย่องว่ามีรสชาติโดดเด่น ซับซ้อน และเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

กาแฟพันธุ์เกอิชาค่อนข้างปลูกยาก เพราะอ่อนไหวต่อลมแรง และต้องใช้แรงงานมากในการดูแล อย่างไร่กาแฟ “แรนโช เดลฟิโน” (Rancho Delfino) เคยสูญเสียต้นกาแฟไปครึ่งหนึ่งจากจำนวน 500 ต้นแรกที่เริ่มลงมือปลูกในปี ค.ศ. 2015

แต่ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน… สายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูงที่นำมาจากแดนละตินอเมริกา สามารถปลูกได้ดีในแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะแถบชายฝั่งตอนกลางและตอนใต้ของรัฐ มีไร่กาแฟเกิดขึ้นหลายแห่งในเขตซานตาบาร์บารา, เวนทูร่า และซานดิเอโก ที่สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมแถบชายฝั่ง, ความเสี่ยงจากน้ำค้างแข็งที่ลดลง และหมอกชายฝั่งที่ให้ร่มเงาตามธรรมชาติ พร้อมๆกับการพัฒนาเทคนิคการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ และระบบจัดการน้ำขั้นสูง

นอกเหนือจากไร่คอนดอร์ ริดจ์ แรนช์ แล้วก็มีไร่กาแฟ “ฮ็อบสัน แฟมิลี่” (Hobson Family) ที่เป็นหัวหอกบุกเบิก ทำให้แคลิฟอร์เนียกลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพสูงแห่งใหม่ จากเดิมที่เคยมีชื่อเสียงอยู่แล้วในด้านความเป็นเมืองวัฒนธรรมกาแฟอันเก่าแก่แห่งเมืองลุงแซม

ฮ็อบสัน แฟมิลี่ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการผลิตกาแฟเกอิชาได้สำเร็จเป็นแห่งแรกบนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ส่วนคอนดอร์ ริดจ์ แรนช์  เป็นรายแรกที่ส่งกาแฟดังสายพันธุ์นี้เข้าร่วมประมูลระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก  อย่างไรก็ตาม ไร่กาแฟส่วนใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย อยู่ภายใต้ความร่วมมือของบริษัทฟรินจ์ คอฟฟี่  ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาและยกระดับกาแฟในรัฐท่องเที่ยวแห่งนี้

ไร่กาแฟแคลิฟอร์เนีย กับหนึ่งในวิธีดูแลป้องกันปัญหาน้ำค้างแข็งในช่วงฤดูหนาว ภาพ : facebook.com/FrinjCoffee

ส่วนฟาร์มกาแฟแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดในแคลิฟอร์เนีย ก็คือ คอนดอร์ ริดจ์ แรนช์ นั่นแหละครับ ไร่แห่งนี้เดิมชื่อ กู๊ด แลนด์ ออร์แกนิคส์ มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2002 มี “เจย์ รัสกี้” ซีอีโอของฟรินจ์ คอฟฟี่ เป็นเจ้าของ พื้นที่ของไร่ตั้งอยู่ทางเหนือของเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer) ที่ 12 องศา ที่ระดับความสูงเพียง 200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ใช่ครับ… พื้นที่ของไร่อยู่เลยเขต“คอฟฟี่ เบลท์” (Coffee Belt) ขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อย  ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว คอฟฟี่ เบลท์ คือ เขตปลูกกาแฟแบบดั้งเดิม ในบริเวณเส้นศูนย์สูตรของโลก ระหว่างละติจูดที่ 25 องศาเหนือ ถึง 30 องศาใต้ บริเวณนี้ถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟหลักที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากภูมิประเทศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ

ข้อมูลในเว็บประมูลกาแฟดูไบ ระบุว่า ไร่กาแฟคอนดอร์ ริดจ์ แรนช์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั้นเป็นจริง นั่นคือ การปลูกกาแฟเหนือเส้นคอฟฟี่ เบลท์  ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม ผสานกับสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่นชายฝั่งแบบเมดิเตอร์เรเนียน และการทำเกษตรอินทรีย์ ก็สามารถแข่งขันกับการปลูกบนพื้นที่สูง ในด้านการผลิตกาแฟคุณภาพเยี่ยมได้

กาแฟเกอิชาล็อตที่นำไปประมูลของไร่นี้ เก็บเกี่ยวโดยมือเมื่อสุกเต็มที่ มีค่าความหวาน (Brix) สูงกว่า 20% ผ่านกระบวนการวอช โพรเซส แบบดั้งเดิม หมักในน้ำนาน 26 ชั่วโมงโดยไม่เติมสารใดๆ จากนั้นจึงนำไปตากแห้งเป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้กาแฟสำแดงเอกลักษณ์ของดินแดนเกอิชาแห่งแคลิฟอร์เนียอย่างชัดเจน

สตูดิโอของบลู บอทเทิ่ล ในเกียวโต เปิดประสบการณ์ในการเทสกาแฟ หนึ่งใน 3 ชนิดเป็นกาแฟเกอิชาจากแคลิฟอร์เนีย ภาพ : facebook.com/FrinjCoffee

สำหรับฟรินจ์ คอฟฟี่ ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการปลูกกาแฟในภูมิภาคนี้ นอกจากยังจะมีไร่กาแฟเป็นของตัวเองแล้ว ยังทำหน้าที่ให้บริการด้านการให้คำปรึกษา, เทคโนโลยี และการตลาดแก่ชาวไร่รายย่อย รวมไปถึงการช่วยแปรรูปและคั่วกาแฟ ทำให้มีไร่กาแฟอยู่ใน “เครือข่าย” เป็นจำนวนมาก

ในโอกาสเปิดตัวสตูดิโอกาแฟแห่งใหม่ที่ญี่ปุ่นและโตเกียวเมื่อหลายปีก่อน “บลู บอทเทิล” เชนร้านกาแฟดัง ก็เคยนำกาแฟเกอิชาแบบซิงเกิล ออริจิ้น ของแคลิฟอร์เนีย จากฟรินจ์ คอฟฟี่  มาให้ร่วมเทสรสชาติกัน ร่วมกันกาแฟสายพันธ์ดังอื่นๆ จากเยเมน,ปานามา และโคลอมเบีย

สำหรับไร่ที่ปลูกกาแฟในแคลิฟอร์เนีย มีประมาณ 70 แห่ง เดิมทีไม่ได้ปลูกกาแฟมาตั้งแต่ต้น เพิ่งนำกาแฟมาปลูกเพิ่มเติมเพราะเห็นว่ามีมูลค่าสูง ก่อนจะมีกาแฟ ก็ปลูกพืชผลไม้เขตร้อนกันมาก่อน เช่น  อะโวคาโด, เสาวรส, ทับทิม, แก้วมังกร, ลูกพลับ, ส้ม, มะละกอ, กล้วย และฝรั่ง ดังนั้น การปลูกกาแฟในย่านนี้จึงมี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ ปลูกแซมใต้ร่มเงาต้นอะโวคาโด กับปลูกเรียงเป็นพืชเชิงเดี่ยว

กลยุทธ์หนึ่งที่เกษตรกรในแคลิฟอร์เนียนำมาใช้เพื่อ “ดูแลรักษา” ต้นกาแฟคือ ระบบวนเกษตร หรือการปลูกพืชแซม ข้อดีคือช่วยบังแดดและป้องกันลม ทำให้ต้นกาแฟแข็งแรงและทนต่อสภาพอากาศที่รุนแรงได้ดีขึ้น อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในเวลากลางคืนของช่วงฤดูหนาวก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อย โครงสร้างต่างๆ เช่น ผ้าบังแดดหรือผ้าพลาสติกคลุม สามารถช่วยปกป้องต้นกล้ากาแฟได้

กาแฟจากไร่ในแคลิฟอร์เนียที่อยู่ในเครือข่ายฟรินจ์ คอฟฟี่ รวมไปถึงมราซ แฟมิลี่ ฟาร์ม ภาพ : facebook.com/FrinjCoffee

สายพันธุ์กาแฟที่ปลูก นอกเหนือจากเกอิชาที่นิยมกันมากแล้ว ก็มีสายพันธุ์เยลโล่ คาทูร์ร่า, จาวา, มุนดู นูวู, ลอริน่าซึ่งมีระดับคาเฟอีนต่ำ และเทคิซิค จากเอลซัลวาดอร์

“วัลเลย์ ฮาร์ท แรนช์” (Valley Heart Ranch) เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ.1920 ปลูกส้มเสียเป็นส่วนใหญ่ พอถึงปีค.ศ. 2016 ก็หันมาทำไร่กาแฟแบบออร์แกนิค อีก 4 ปีต่อมาก็เริ่มเก็บเกี่ยวกาแฟชุดแรกได้ โดยผลกาแฟสุกเมื่อเก็บแล้วก็ส่งไปยังฟรินจ์ คอฟฟี่ เพื่อแปรรูป,คั่ว และจัดจำหน่าย

“เจสัน มราซ” นักร้องนักดนตรีชื่อดังชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงรักหวานลุ่มลึกอย่าง I’m Yours  เป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรอินทรีย์ชื่อ “มราซ แฟมิลี่ ฟาร์ม” (Mraz Family Farms)  ในเขตซานดิเอโก เน้นปลูกอะโวคาโดเป็นหลัก ต่อมาก็เริ่มลงมือปลูกกาแฟเกอิชาด้วยเช่นกัน โดยมีฟรินจ์ คอฟฟี่ สนับสนุนทางด้านเทคนิคต่างๆ

“ฟินคา 1890” (Finca 1890) เป็นไร่กาแฟที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองคาร์ปินเทเรีย เมืองชายฝั่งทางใต้ของซานตาบาร์บารา แม้จะอยู่ระดับความสูงราว 60 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ก็สามารถปลูกกาแฟเกอิชาจนให้ผลผลิตมาได้ ไร่นี้มีต้นกาแฟเกือบ 3,000 ต้น ปลูกแซมกับต้นไอศกครีม

บอกเลยว่าผู้เขียนไม่เคยชิมมาก่อน เลยไม่รู้ว่าคุณภาพรสชาติของกาแฟเกอิชาจากฟินคา 1890 เป็นอย่างไรบ้าง แต่แอบไปเห็นว่ามีเมล็ดกาแฟคั่วบรรจุถุงจำหน่ายบนเว็บไซต์ของฟรินจ์ คอฟฟี่เสียด้วย ในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่ง 100 กรัม

รัฐแคลิฟอร์เนีย มีสมญานามหลักคือ “รัฐสีทอง” (The Golden State)  สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การตื่นทอง (Gold Rush) ในช่วงศตวรรษที่ 19

ตอนนี้การตื่นทองกลายเป็นตำนานไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่านับจากนี้ไปอาจเกิดปรากฎการณ์ตื่น “ทองคำสีดำ” (Black Gold) ซึ่งเป็นอีกสมญานามของกาแฟ เนื่องจากมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมหาศาลในปัจจุบันและอนาคต เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก


facebook : CoffeebyBluehill

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *