แม้จะเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงเรื่องมาเฟีย แต่ได้กลายเป็นตำนานมานมนานแล้ว ปัจจุบัน “ซิซิลี” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและมิตรภาพของผู้คน
กระนั้นก็ตาม หมู่บ้านและโบสถ์ 2-3 แห่ง ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง “The Godfather” ก็มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนอยู่มิได้ขาด รวมไปถึงบาร์กาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย
ซิซิลี เกาะใหญ่ทางตอนใต้ของอิตาลี มีเครื่องดื่มและของหวานเย็นๆ ที่เป็น “เอกลักษณ์” และช่วยดับร้อนได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะหลังจากเดินเที่ยวมาเหนื่อยๆ
น้ำกาแฟเอสเพรสโซ่และกาแฟจากหมอต้มมอคค่า พ็อต ก่อนนำไปแช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งนี่แหละ ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของเกาะซิซิลี เรียกว่า “คอฟฟี่ กรานิต้า” (Coffee Granita) หรือ “กรานิต้า ดิ คัฟเฟ่” (Granita di Caffè) ในภาษาอิตาเลียน

จัดเป็นหวานเย็น “คลายร้อน” ต้นตำรับตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาะ ทำจากน้ำกาแฟผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทราย นำไปแช่ช่องฟรีซ แล้วขูดเป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียด มีเนื้อสัมผัสนุ่มกว่าน้ำแข็งไสทั่วไป ขายดิบขายดีมากๆ โดยเฉพาะช่วงซัมเมอร์ ร้านกาแฟทุกร้าน รวมทั้งร้านเบเกอรี่, ร้านเจลาโต้ และร้านอาหาร ต้องมีไว้เสิร์ฟนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
ถ้าท็อปปิ้งหน้าด้วยวิปครีมหรือครีมสดจากนมวัวแท้ๆ รสธรรมชาติเพียวๆ เมนูนี้จะมีชื่อเรียกว่า “กรานิต้า ดิ คัฟเฟ่ คอน ปันนา” (Granita di Caffè con Panna)
ภาค 1 และ 2 ของภาพยนตร์ The Godfather สะท้อนภาพซิซิลีในช่วงยุค 1940-1950 ซึ่งเป็นยุคที่ร้านกาแฟและร้านเจลาโต้หลายแห่ง กำลังเติบโตและกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชน ดังนั้น การไปนั่งกินกรานิต้ารสกาแฟในร้านเหล่านี้ จึงอาจเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ใน “ฉากหนึ่ง” ของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว
ในซิซิลี นิยมเสิร์ฟเมนูกรานิต้ารสกาแฟ คู่กับ “ขนมปังบริออช” (Brioche) ที่มีจุกเล็กๆ อยู่ด้านบน แล้วถ้าได้ขนมปังเพิ่งอบอุ่นๆมาจากเตา ก็วิเศษเลย ถือเป็นชุดอาหารเช้าสไตล์ซิซิเลี่ยนขนานแท้ ในระดับวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์ทางตอนใต้ของอิตาลี

“วิธีกิน” ตามแบบชาวซิซิเลี่ยน… เพื่อรสชาติความนุ่มฟูของขนมปัง ความมันนัวของครีม และความเย็นสดชื่นของรสกาแฟในคำเดียว ให้ใช้มือฉีกขนมปังเป็นชิ้นๆ แล้วไปจุ่มลงในครีมนมให้ชุ่ม ตามด้วยการตักเนื้อเกล็ดน้ำแข็งกาแฟขึ้นมาพร้อมกัน ประเดิมเริ่มจากเด็ดตรงหัวจุกขนมปังที่เรียกว่าตุ๊ปโป้ก่อนเลย ปิดท้ายด้วยเทคนิคการปาด ให้ใช้ขนมปังชิ้นสุดท้าย เก็บกวาดทั้งเนื้อกาแฟและครีมนมสดที่เหลือให้สะอาดเกลี้ยงถ้วย
นี่เป็นวิธีกินที่เข้าถึง “แก่น” ของหวานเย็นกาแฟกรานิต้าสไตล์ซิซิเลี่ยนแท้ๆ ที่นิยมกินกันมากๆ ในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด
การตามหาตามชิม “กรานิต้า ดิ คัฟเฟ่ คอน ปันนา” ในแต่ละเมืองของซิซิลี จะได้รสชาติและประสบการณ์ที่ต่างกันออกไป เพราะแต่ละเมืองจะมีเอกลักษณ์ของเนื้อสัมผัสและวิธีการเสิร์ฟที่ไม่เหมือนกัน ต่อไปนี้คือรายชื่อร้านในซิซิลี ถือเป็นจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด

– เมืองเมสซีนา (Messina)
เป็นเมืองต้นตำรับความเข้มข้นของกรานิต้ากาแฟ เอกลักษณ์คือเป็นกรานิต้าที่มีเกล็ดน้ำแข็งหยาบกว่าเมืองอื่นๆ คนในเมืองเมสซีนาเรียกเมนูนี้ว่า “เมสซ่า คอน ปันนา” (Mezza con Panna) เนื่องจากในสมัยก่อน ชาวซิซิลีมักเสิร์ฟกรานิต้าในแก้วขนาดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากกินเยอะ ก็จะสั่งเพียง “ครึ่งแก้ว” (Mezza) เพื่อให้หมดพอดีกับขนมปังบริออช
ร้านเก่าแก่ของเมืองที่ถือเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยว ได้แก่ “ปาสติชเชรีอา อีเรรา 1910” (Pasticceria Irrera 1910) รักษามาตรฐานการทำกรานิต้าแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่รุ่นทวด รวมไปถึง “คัฟเฟ เดลโล สเตรตโต” (Caffè dello Stretto) และ “มีเชลา โดโร ซิซิเลีย 1946″ (Miscela d’Oro – Sicilia 1946)
ขณะที่ “เจลาเทเรีย กรานีเทเรีย เอเด็น” (Gelateria Graniteria Eden) และ “อันตีกา ลัตเตเรีย” (Antica Latteria) ถือเป็นอีกจุดหมายปลายทางของร้านยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติกาแฟและของหวานแบบซิซิลีแท้ ๆ

– เมืองทาโอร์มินา (Taormina)
กรานิต้ารสกาแฟพร้อมวิปครีมและขนมปังบริออช เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดในเมืองนี้ ร้าน “แบม บาร์” (Bam Bar) มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยว คิวอาจจะยาวในช่วงสาย อาจต้องรอ 15-30 นาที หรือนานกว่านั้นในวันหยุด
“บาร์ ปาสติชเชรีอา เอตน่า ดัล 1963” (Bar Pasticceria Etna dal 1963) เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1963 และ “ดอน ดิเอโก เจลาเทเรีย คัฟเฟเทเรีย” (Don Diego Gelateria Caffetteria) ร้านนี้ได้รับคะแนนรีวิวสูงในเรื่องของความคุ้มค่า
– เมืองโนโต (Noto)
ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรมบาโรก ร้านที่ทุกคนถามหาคือ “คัฟเฟ่ ซิซิเลีย” (Caffè Sicilia) เป็นร้านของเชฟดังนามว่า คอร์ราโด อัสเซนซ่า กรานิต้ากาแฟของที่นี่มีความสมดุลของรสชาติ ไม่หวานโดดจนเกินไป
ถ้าสนใจแนวคอนเซปต์สโตร์ก็ร้านนี้เลย “อานเค ลี อันเจลี” (Anche gli Angeli) ตั้งอยู่ในห้องใต้ดินเพดานโค้งของพระราชวังเก่าที่สวยงามมาก
มาเที่ยวเมืองนี้ ห้ามพลาดเมนู “กรานิต้า คัฟเฟ เอ มันดอร์ลา” เป็นกรานิต้าสองรสชาติผสมกัน ได้แก่ กาแฟและอัลมอนด์ ถือเป็นซิกเนเจอร์ของกรานิต้าในเมืองโนโต
– เมืองคาตาเนีย (Catania)
กรานิต้ากาแฟที่คาตาเนียจะขึ้นชื่อเรื่องความเนียนนุ่มจนเกือบเหมือนครีมที่แทบจะละลายในปากทันที มักเสิร์ฟคู่กับอารันชิโน ซึ่งเป็นข้าวปั้นรีซอตโต้สอดไส้ แล้วร้านโปรดของคนท้องถิ่น คือ “คัฟเฟ่ ยูโรปา” (Caffè Europa) และ“โคมิส ไอซ์ คัฟเฟ่” (Comis Ice Cafè)
“ปัสติชเชอเรีย ซาเวีย” (Pasticceria Savia) เป็นร้านขนมหวานระดับตำนานในเมือง เปิดกิจการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1897 มีเมนูกรานิต้ารสกาแฟ ซึ่งได้รับคำชมไม่แพ้ร้านกาแฟดังๆ

– เมืองปาแลร์โม (Palermo)
เป็นเมืองหลวงของเกาะซิซิลี แม้จะไม่ได้เป็นต้นกำเนิดกรานิต้าเหมือนฝั่งตะวันออก แต่ก็มีร้านเก่าแก่ที่ทำกรานิต้ารสกาแฟได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เช่น “เล กรานีเต ดี นอนน่า อันเจลีน่า” (Le Granite di Nonna Angelina) มีความหมายว่า กรานิต้าสูตรคุณยายอันเจลีน่า ขึ้นชื่อเรื่องกรานิต้าทำมือแบบโฮมเมด
ใครชอบร้านระดับสถาบันก็ลองแวะร้านนี้ “ปัสติชเชอเรีย คัปเปลโล” (Pasticceria Cappello) ร้านในตำนานที่ติดอันดับต้นๆ ของเมือง ถ้าเป็นคอกาแฟตัวจริงต้องมาที่นี่ “ไอเดียล คัฟเฟ่ สตันญิตต้า” (Ideal Caffè Stagnitta) เป็นโรงคั่วกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1922 กรานิต้ารสกาแฟของร้านนี้ใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพสูงที่คั่วเอง
ถ้าชอบร้านอายุเยอะๆ เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1860 หรือ 136 ปีล่วงมาแล้ว ก็จัดร้านนี้เลย “อันติโก คัฟเฟ่ สปินนาโต” (Antico Caffè Spinnato) หนึ่งในร้านกาแฟเก่าแก่แต่หรูหราแบบคลาสสิกที่สุดในซิซิลี มีหลายรางวัลการันตีคุณภาพ มีอีกชื่อว่า “สปินนาโต ดัล 1860”

– เมืองซาโวคา (Savoca)
ร้านที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง คือ “บาร์ วิเตลลี่” (Bar Vitelli) หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Godfather นั่นแหละ ถือเป็นร้านระดับไอคอนของเมืองทีเดียว
กรานิต้ากาแฟที่นี่ได้รับคำชมว่ารสชาติเข้มข้นและสดชื่นมาก เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนในบรรยากาศกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีภาพถ่ายและของที่ระลึกจากภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมี “กรานิต้ามะนาว” ที่เป็นเมนูขึ้นชื่อดั้งเดิม

เมนูนี้สำคัญขนาดไหน..ก็ขนาด “ลาวาซซ่า” (Lavazza) แบรนด์กาแฟพรีเมียมชื่อดังของอิตาลี ยังเคยนำไปเสนอเป็นวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟของชาวอิตาลี ผ่านทางภาพประกอบในนิตยสาร เดอะ เบลนเดอร์ ดิจิทัลแม็กกาซีนของบริษัท ที่เปิดตัวไปเมื่อปีค.ศ. 2023
เป็นภาพจำลองบรรยากาศ “อาหารเช้าสไตล์ซิซิลี” ที่ประกอบด้วย กรานิต้ารสกาแฟ ท็อปด้วยวิปครีมสดหนานุ่ม มาพร้อมกับขนมปังบริออช ฉากหลังเป็นภาพวาดภูเขาไฟเอตนาและทิวทัศน์ริมชายฝั่งทะเลของเกาะ มีการใช้คำและลายเส้นที่ให้ความรู้สึกสดใสและมีชีวิตชีวา
ท่ามกลางวัฒนธรรมกาแฟที่หลากหลายของอิตาลี หวานเย็นกรานิต้ารสกาแฟ คือหนึ่งในเมนูที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวเกาะซิซิเลี่ยนได้ดีที่สุด จากหิมะบนยอดเขาเอตนาในอดีต สู่เกล็ดน้ำแข็งรสกาแฟอันหอมเย็นชื่นใจ ที่เสิร์ฟคู่กับขนมปังบริออชหอมกรุ่นทุกๆเช้าในปัจจุบัน
facebook : CoffeebyBluehill








