The disruption !! สังคม เศรษฐกิจ ธุรกิจ หลังยุคโควิด-19 โอกาสใหม่ประเทศไทย

โควิด-19 เป็นตัวเร่งดิสรัปชั่นให้เกิดขึ้นเร็ว โลกหลังโควิด-19 จะเปลี่ยนเป็น Localization ประเทศไทยต้องเร่งสร้างแพลตฟอร์มแทนของต่างชาติ ไม่เน้นพึ่งรายได้จากท่องเที่ยว แต่ขายทักษะที่สร้างด้วยสติปัญญาและทักษะฝีมือแรงงาน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. กล่าวว่า สจล.ติดตาม
สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ เรารู้แล้วว่าสถานการณ์จะต้องทวีความรุนแรงขึ้นแน่นอน จึงลดความเสี่ยงให้นักศึกษาและบุคลากร โดยเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่ประกาศจะยุติการเรียนการสอนแบบปกติ แล้วเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ประกาศตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม หลังจากนั้นก็มีกระแสการเรียนออนไลน์เกิดขึ้นทั่วประเทศภายในช่วงข้ามคืน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

จากนั้นต่อมา สจล.ก็เข้าสู่กระบวนการในการดูแลเยียวยานักศึกษาและบุคลากร ใครที่รู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยง เราจ่ายเงินทันที 2 หมื่นบาทให้ไปตรวจ และทำประกันโควิด-19 ฟรี 1 ปีเต็ม นอกจากนั้นก็เป็นมาตรการเกี่ยวกับเรื่องทุนการศึกษา และมาตรการในการดูแลทุกรูปแบบ

ในเวลาที่ต่อเนื่องขนานกัน สจล.ตั้งศูนย์นวัตกรรมสู้โควิด-19 ขึ้นมาเป็นแห่งแรก ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่ สจล. ได้ประเดิมทุนตั้งต้นมากกว่า 1 ล้านบาท รวมทั้งยังมีค่าแรง ค่าสมองต่างๆ ก็ไม่ได้คิด ทำให้เราเริ่มประดิษฐ์เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยคุณหมอ พยาบาล และประชาชน ออกมาจนถึงปัจจุบัน 19 นวัตกรรม ตั้งแต่นวัตกรรมแรกที่เราภูมิใจมาก คือ เครื่องช่วยหายใจฉุกเฉินขนาดเล็ก หรือ Mini Emergency Ventilator

นอกจากนี้ ยังมีตู้ความดันบวกครอบบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับออกไปตรวจหาเชื้อ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์มากในต่างจังหวัด โดยเฉพาะปัจจุบันที่เราส่งไปช่วยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นแนวรบโควิด-19 ที่น่าเป็นห่วงมาก รวมถึงห้องแยกโรคความดันลบ ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่ง สจล.ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยอาจารย์และ นักศึกษาเป็นคนคิดค้นพัฒนา แต่คนที่ทำอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นมืออาชีพ เป็นโรงงานระดับส่งออกทั้งนั้น ปัจจุบันเป็นระดับอุตสาหกรรมแล้ว และมีต่างประเทศมาติดต่อขอซื้อ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า โลกก่อนโควิด-19 ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะมีเรื่องดิสรัปชั่น แต่โควิด-19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้โลกยุคดิสรัปชั่นเปลี่ยนไปเร็วกว่าเดิม อันดับแรก ชัดเจนเลยว่าวันนี้โลกจะไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป ที่ไม่เหมือนเดิมอันดับแรก คือเราต้องมาดูแลตัวเองกันแล้ว ในช่วงที่เกิดโควิด-19 เราอยากจะซื้อเครื่องมือแพทย์ มีเงิน แต่หาซื้อไม่ได้ หน้ากาก N95 ทำไม่ได้ เราไม่สามารถปั่นเส้นใยได้ จะทำหน้ากากอนามัยธรรมดา ต้องรอเครื่องจักรจากจีน

ที่น่าตกใจคือ เราถึงจุดที่บอกว่าไข่ไม่พอ ไข่ขาดตลาด ไข่ราคาแพง แสดงว่าประเทศไทยที่เคยบอกว่าเป็นครัวของโลก พึ่งพาตัวเองได้ทางด้านอาหาร ทำท่าว่าอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด เพราะฉะนั้นโลกวันนี้จะเปลี่ยนไปแล้ว ทุกประเทศจะกลับมาย้อนดูตัวเอง แล้วโลกในอนาคตจะเปลี่ยนจาก Globalization เป็น Localization คือ ประเทศต้องทำครบ จบในตัว เรื่องอาหารการกินก็ต้องให้ครบ อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ก็ต้องจบในตัว เพราะฉะนั้นแต่ละประเทศหลังยุคโควิด-19 จะเกิดการพัฒนา และพึ่งตัวเองมากขึ้น

เพราะฉะนั้นการปฏิรูปอุตสาหกรรม เกษตรกรรมในประเทศ ทุกคนจะเร่งกลับมามองตัวเองว่าขาดอะไร มีจุดอ่อนแออะไร ก็จะเติมเต็มในส่วนนั้น สำหรับประเทศไทย เรามีคุณหมอ พยาบาลที่เก่ง แต่เครื่องมือแพทย์ในอดีตต้องซื้อเกือบ 100% แต่วันนี้ได้พิสูจน์ในช่วงโควิด-19 ว่าคนไทยสามารถทำเครื่องมือแพทย์เองได้ ก็น่าจะทำให้ต่อเนื่อง และต้องเตรียมความพร้อมที่เรียกว่า Localization ทำให้ครบจบในตัวให้ได้

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ประเทศ สังคม หรือคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนแล้วแต่ประสบกับวิกฤติทั้งสิ้น เช่น ญี่ปุ่นก้าวเป็นประเทศระดับโลก เพราะมีแผ่นดินไหว แพ้สงคราม เกาหลียากจน อดอยาก อยู่ในภาวะสงคราม ส่วนจีนอดอยาก ประเทศมีคนจำนวนมาก สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากร อิสราเอลมีศัตรูรอบตัว ขณะที่ในวันนี้คนเจอวิกฤติเหมือนกันหมด การเจอวิกฤติจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถึงระดับตัวตนเลย

ทำให้คนวันนี้ต้องปรับตัวแรงๆ อย่างในอดีต การเรียนออนไลน์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความพร้อมมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ พอโควิด-19 มา ก็ทำได้เลย แสดงว่าสุดท้ายแล้วต้องมีความกดดัน ต้องมีวิกฤติถึงจะสร้างโอกาสขึ้นมา พอมีโควิด-19 ขึ้นมาก็ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องการเรียนออนไลน์ในมหาวิทยาลัย สามารถเรียนออนไลน์ได้ในชั่วข้ามคืนได้เลย และมีผลตอบรับที่ดีด้วย

สังคมหลังโควิด-19 จะเกิดอะไรขึ้น ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า สังคมจะกลายเป็นสังคมที่มีขุนกับเบี้ยเท่านั้น สมัยก่อนเราอยู่ที่บ้าน ต้องเดินออกไปซื้อของ แต่เดี๋ยวนี้เราซื้อของผ่านเฟซบุ๊ก สั่งอาหารผ่านแกร็บ ไลน์ ซึ่งเฟซบุ๊กเป็นของสหรัฐ ไลน์เป็นของญี่ปุ่น และแกร็บเป็นของมาเลเซีย แพลตฟอร์มเหล่านี้จะยึดทั่วโลกเลย เขาจะตั้งตัวเป็นขุนเลย เขาจะยิ่งใหญ่มาก จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่แทรกซึมไปทั่วหมดเลย

พวกร้านค้าเล็กๆ ไม่สามารถมีแพลตฟอร์มอย่างนี้ได้ ก็จะกลายเป็นเบี้ย คนซื้อก็เป็นเบี้ยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะเกิดสังคมที่คนยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้น คนกลางไม่มี ก็จะกลายเป็นเล็กเลย เพราะหลังโควิด-19 ทุกคนสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ได้หมด นี่คือสิ่งที่น่ากลัวในสังคม เพราะจะเหลือเฉพาะขุนกับเบี้ยเท่านั้น

ดังนั้นในมุมมองของคนไทย เราจะเป็นเบี้ยอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ ก็ย้อนไปอันแรกคือ Localization รัฐบาลไทย คนไทย อุตสาหกรรมไทย ต้องคิดแพลตฟอร์มของเราเองหลังโควิด-19 ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นเบี้ยให้กับขุนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ที่วันนี้ยึดประเทศไทยแทบจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบแล้ว หลังโควิด-19 เราต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นเงินออกนอกประเทศหมด แล้วต่างชาติก็ควบคุมทุกอณูในประเทศไทยได้หมดเลย

วิกฤติโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทุกประเทศถดถอยหมด แต่ประเทศไทยถดถอยมากกว่าประเทศอื่น เพราะเราพึ่งการท่องเที่ยวและภาคบริการมากเกินไป จีดีพีของไทย มาจากภาคการท่องเที่ยวเกือบ 30% ถ้าไม่มีคนมาเที่ยวก็เจ๊ง ส่วนประเทศญี่ปุ่น มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเยอะมาก แต่รายได้จากการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เปรียบเทียบกับจีดีพีของเขาเพียงแค่ 6% เท่านั้น ที่เหลือเขาขายสติปัญญา เขาขายการผลิต

อิสราเอลแทบไม่มีคนไปท่องเที่ยวเลย หลังวิกฤติโควิด-19 เขาอาจรวยขึ้น เพราะเขาขายเครื่องมือแพทย์ เขาขายระบบความมั่นคง ที่ตรวจอุณหภูมิในบ้านเรามาจากอิสราเอลทั้งนั้น แต่ประเทศไทยหลังโควิด-19 เราต้องคิดใหม่ว่าการขายทรัพยากรธรรมชาติกินควรจะลดลงแล้ว ไม่เช่นนั้นต่อไปเกิดวิกฤติขึ้นมา ประเทศไทยก็เจ็บหนักอีก คนก็ตกงานอีก เพราะฉะนั้นรายได้จากภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว ถ้ามีก็ดี แต่สเกลจะเป็น 30% แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ต้องเปลี่ยนมาเป็นทักษะที่สร้างด้วยสติปัญญา ทักษะแรงงานฝีมือ พวกนี้ถึงจะอยู่รอด และเป็นเรื่องที่ต้องทำทันที ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะเจ็บและจนไปเรื่อยๆ

“อยากให้กำลังใจทุกคน วิกฤตินี้ยากดีมีจนเจ็บเหมือนกันเลย ไม่ใช่ท่านคนเดียว ผมก็เจ็บ มหาเศรษฐีก็เจ็บ ผู้นำรัฐบาลก็เจ็บ เป็นวิกฤติที่เจ็บเหมือนกันทุกคน ท่านก็ต้องมีกำลังใจ ตราบใดที่เรามีชีวิตอยู่ วันนี้ท่านอาจไม่มีงานทำ ต้องเปลี่ยนงาน ท่านอาจต้องสูญเสียหลายอย่าง ขอให้ท่านมีกำลังใจ อย่างที่ผมย้ำ วิกฤติมันจะสร้างโอกาส สร้างยอดมนุษย์เสมอ วันนี้ท่านกลับมาสำรวจตัวเอง ท่านอาจมีพรสวรรค์ มีความรัก ความชอบอย่างอื่น จะทำให้ท่านสามารถที่เติบโตอีกขั้นหนึ่งในยุคหลังโควิด-19 ได้ และที่สำคัญขอให้มีความเชื่อมั่นในคนไทย ในประเทศไทย มองว่าเราทำดีๆ เราไม่แพ้ใครในโลกแน่นอน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

@

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *