Ombligon กาแฟหายาก รสชาติ Exotic!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสนใจของวงการกาแฟพิเศษที่มีต่อกาแฟหายากและแปลกใหม่นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ

ความหลงใหลนี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในการแข่งขันชิงแชมป์โลกบาริสต้าแทบทุกปี หลังจากผู้เข้าแข่งขันหลายต่อหลายคนซึ่งก็คือแชมป์บาริสต้าของแต่ละชาตินั่นแหละ พยายามแสวงหากาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีคาแรคเตอร์โดดเด่นไม่ซ้ำแบบใคร มาใช้ในการประกวดประชันหวังชนะใจกรรมการผู้ตัดสิน

“ออมบลิก้อน” (Ombligon) สายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าน้องใหม่ระดับแรร์ไอเท็ม จากย่านฮูลา ประเทศโคลอมเบีย เริ่มเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกเมื่อ 2-3 ปีมานี้เอง ผ่านทางการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลก เช่นเดียวกับสายพันธุ์เก่าแก่หายากอย่าง “ยูเจนนอยดิส” (Eugenioides)

กาแฟทั้ง 2 สายพันธุ์นี้จัดอยู่ในกลุ่มกาแฟระดับ “เอ็กโซติค” (exotic) ของโคลอมเบีย ที่มีความโดดเด่นด้านรสชาติ เช่นเดียวกับสายพันธุ์เกอิชาที่ปลูกกันทั่วไปในประเทศนี้

ในการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลก 2023  แจ็ค ซิมป์สัน บาริสต้าออสเตรเลีย ผู้คว้าอันดับ 3 ไปครอง เป็นคนแรกที่นำกาแฟออมบลิก้อนไปใช้ในการประกวดกาแฟระดับโลกเวทีนี้ แล้วก็ใช้ทั้ง 3 เมนู คือ เอสเพรสโซ่, กาแฟนม และกาแฟซิกเนเจอร์

ผู้เขียนไปเทสกาแฟออมบลิก้อน สายพันธุ์กาแฟหายากจากโคลอมเบีย ที่ร้านพาคามาร่า สาขาเอกมัย คอร์นเนอร์ (เอแพค ทาวเวอร์)

แล้วก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเมล็ดกาแฟที่แจ็คนำมาใช้ เป็นฝีมือโปรเซสของเนสเตอร์ ลาสโซ เจ้าของฟาร์มกาแฟ “ฟินคา เอล ดิวิโซ” (Finca El Diviso) เป็นหนึ่งในฟาร์มกาแฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในการปลูกกาแฟพันธุ์ออมบลิก้อน

ปี 2024 แฟรงค์ ลา เป็นแชมป์บาริสต้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมล็ดกาแฟที่เขาใช้ในการแข่งขันก็คือ ออมบลิก้อน

ปี 2025 เคย์ ชอน ซิวแชมป์บาริสต้าสหรัฐอเมริกาไปครอง โดยใช้กาแฟออมบลิก้อนเช่นเดียวกัน

แบรนด์กาแฟพาคามาร่า กับออมบลิก้อน สายพันธุ์กาแฟระดับแรร์ไอเท็ม จากฟาร์มฟินคา เอล ดิวิโซ ในย่านฮูลา โคลอมเบีย

จากกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์หนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ปลูกในโคลอมเบีย แต่ ณ ขณะนี้ ไม่ได้ลึกลับอีกต่อไป ความสนใจในออมบลิก้อนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะกาแฟพิเศษที่เป็น “ดาวรุ่งพุ่งแรง” รวมไปถึงแง่มุมประวัติความเป็นมาและโปรไฟล์รสชาติที่ว่ากันว่าจัดจ้านในแบบผลไม้เมืองร้อนและมีรสหวานที่ติดทนนาน

พ่วงตามมาด้วยคำถามที่ค่อนข้างท้าทายว่า กาแฟสายพันธุ์น้องใหม่หาดื่มยากตัวนี้ จะมีศักยภาพเติบโตไปได้ไกลแค่ไหนในวงการธุรกิจกาแฟพิเศษที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้นในทุกๆ ปี

กาแฟออมบลิก้อน รวบรวมปมเด่นด้านกลิ่นรสของกาแฟดัง 2 สายพันธุ์ คือ เกอิชา กับ เอสแอล-28

กาแฟออมบลิก้อนจัดว่าหาดื่มกันยากทีเดียว เพราะยังปลูกกันน้อย ผลผลิตก็พลอยน้อยตามไปด้วย ตอนนี้มีปลูกกันเฉพาะย่านฮุลาในโคลอมเบียเท่านั้น แต่ต้องถือว่าผู้เขียนโชคดีมากๆ เพราะได้มีโอกาสไปชิมกาแฟแรร์ไอเท็มตัวนี้ ที่ “ร้านกาแฟพาคามารา” สาขาเอกมัย คอร์นเนอร์ (เอแพค ทาวเวอร์) เมื่อไม่กี่วันมานี้ แล้วเป็นกาแฟจากฟาร์มฟินคา เอล ดิวิโซ เสียด้วย มาในแบบเนเชอรัลโปรเซส

น้องบาริสต้าจากพาคามารา เสิร์ฟให้ผู้เขียนลองเทสทั้งแบบดริปร้อนและดริปเย็น ด้วยทักษะการชงที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนรายละเอียด ทั้งระดับการบด สัดส่วนกาแฟต่อน้ำ อุณหภูมิน้ำ การบลูมกาแฟ การดริป และการเสิร์ฟ เพื่อให้คุณภาพรสชาติของกาแฟออกมาดีงามมากที่สุด นี่เป็นแบบฉบับของผู้ชำนาญการโดยเฉพาะ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับผู้ดื่ม

จิบกาแฟพลาง สนทนาถึงสตอรี่ของกาแฟที่จิบไปพลาง เพิ่มอรรถรสในการดื่มกาแฟได้เป็นอย่างดี กาแฟหมดไปสองแก้วโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมของผลไม้และดอกไม้ที่ “ซับซ้อน” ในรสชาติกาแฟอบอวลในทุกรสสัมผัส

ผู้เขียนมีโอกาสลองชิมกาแฟออมบลิก้อน ทั้งแบบดริปร้อนและดริปเย็น จากฝีมือบาริสต้าของร้านพาคามาร่า

ตามความเห็นของผู้เขียน กาแฟออมบลิก้อนค่อนข้างมีความ “สมดุล” ลงตัวระหว่างความเปรี้ยวกับความหวานตามแบบฉบับกาแฟพิเศษที่มีคั่วอ่อนเป็นพิมพ์นิยม กลิ่นองุ่นแดงกับโกโก้นี่เด่นมาก แอบติดสไปซี่นิดๆ

ที่สำคัญมี “ความหวาน” แบบไวน์ชุ่มฉ่ำยาวนาน และบอดี้กาแฟดีมาก ทำให้ผู้ดื่มสัมผัสความเข้มข้นของกาแฟได้เต็มที่ แม้เป็นกาแฟคั่วอ่อนก็ตาม

กลิ่นรสของกาแฟออมบลิก้อนไม่เหมือนกาแฟตัวดังๆ ที่ผู้เขียนเคยลองดื่มมาก่อน พูดง่ายๆ ตามภาษาชาวบ้านก็คือ เป็นกาแฟคั่วอ่อนที่ไม่เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด แถมมีรสหวานนำ บอดี้ดีจริงๆ ทำให้นึกถึงกาแฟที่เคยดื่มอย่างจาเมก้า บลู เม้าเท่น (Jamaican Blue Mountain) และเอสแอล-28 (SL-28) แต่สำหรับออมบลิก้อน จะออกโทนหวานมากกว่า

ระหว่างดริปร้อนกับดริปเย็น ถ้าเลือกไม่ถูก ผู้เขียนแนะให้ลองดริปเย็น รสหวานตามธรรมชาติของกาแฟจะโดดเด่นมากขึ้น แถมได้ความสดชื่นอีกต่างหาก

ตามข้อมูลที่ปรากฏโดยทั่วไปนั้น แม้ปลูกและโด่งดังมาจากโคลอมเบีย แต่เชื่อกันว่า กาแฟตัวนี้มีต้นกำเนิดจากสายพันธุ์พื้นเมืองของ “เอธิโอเปีย” ที่เกิดการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติในสถานีพัฒนาสายพันธุ์กาแฟแห่งหนึ่งในโคลอมเบีย

ต่อมา นักแสวงหาสายพันธุ์กาแฟบางรายจากย่านฮูลา นำออกไปเพาะพันธุ์ต่อยังไร่ภายนอก รวมถึงเนสเตอร์ ลาสโซ จากฟาร์มฟินคา เอล ดิวิโซ ด้วย

ว่ากันว่ากาแฟสายพันธุ์นี้ รวบรวมความดีงามของกาแฟ 2 สายพันธุ์ คือ “เกอิชา” (Geisha) กับ “เอสแอล-28” (SL-28)


facebook : CoffeebyBluehill

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *