อยู่บ้าน กับ 7 เครื่องชงกาแฟสุดชิล

ยามที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอยู่ทั่วโลก ณ เวลานี้ อย่างไม่อาจรู้ได้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดกว่าที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง 

นอกเหนือจากการสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้ว การกักตัวอยู่กับบ้าน สร้างระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หรือบางคนถูกสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน ล้วนแต่เป็นมาตรการที่ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสวายร้ายชนิด
สัปดาห์นี้จึงขอนำเสนออุปกรณ์ชงกาแฟแบบที่ใช้ตามบ้านหรือออฟฟิศ เน้นที่ใช้งานสะดวก หาซื้อง่าย และสนนราคาไม่แพง สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในเวลานี้

Chemex มีเทคนิคการชงคล้ายกาแฟดริป ภาพ : Karl Fredrickson on Unsplash

1.Chemex
“Chemex” คิดค้นโดย ปีเตอร์ ชลัมบอห์ม นักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน ในปีค.ศ. 1941 เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้โปรดปรานการชงกาแฟสดแบบ Pour over ที่บ้านหรือตามออฟฟิศทั่วโลก อาศัยหลักการสกัดน้ำกาแฟออกจากกาแฟคั่วที่บดหยาบปานกลาง มีเทคนิคการชงคล้ายคลึงกับ กาแฟดริป (Drip coffee) ส่งผลให้มีรสชาติและกลิ่นคล้ายคลึงกันมาก

ทว่ากระดาษกรองของทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย คือ  กรองกระดาษกรองของทาง Chemex เป็นกระดาษปอนด์ จะมีความหนากว่าของดริป  จึงใช้เวลาในการชงนานกว่า ได้บอดี้กาแฟที่เข้มขนกว่า นอกจากนั้น โถแก้วของ Chemex ถูกออกแบบมาเพื่อไม่จำเป็นต้องใช้ตัวดริปเปอร์รองกระดาษกรองอีกด้วย

ประโยชน์ของกรองกาแฟกระดาษปอนด์ที่มีความหนา ก็คือ ช่วยดูดซับคราบน้ำมันธรรมชาติที่เกิดจากการคั่วกาแฟ ทำให้กาแฟมีรสสัมผัส “สะอาด” เป็นพิเศษ แทบไม่มีกากกาแฟเล็ดลอดมารบกวนอารมณ์ดื่ม ..ควรรอให้กาแฟอุ่นขึ้นนิดนึงค่อยจิบ กาแฟจะอร่อยกว่าจิบตอนร้อนมากๆ …เชื่อผม

โถแก้วคลาสสิกทรงสูงเอวคอดของ Chemex นั้นมีแผ่นไม้วงกลมล้อมรอบตรงเอวคอดสำหรับจับรินกาแฟร้อน ผูกรัดด้วยสายหนังป้องกันแผ่นไม้วงกลมลื่นไถล ในออนไลน์วางขายกันในราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันขึ้้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ทำ อย่างแผ่นไม้วงกลมนั้น บางยี่ห้อใช้พลาสติกแข็งทำ บางแบรนด์ยังแถมแผ่นกระดาษกรองมาฟรีอีกต่างหาก

V60 ดริปเปอร์ดังจากค่าย Hario ภาพ : Goran Ivos on Unsplash

2.Hario V60
แม้ว่าเทคนิคพื้นฐานจะมีความคล้ายคลึงกับแบบ Chemex มาก แต่อุปกรณ์ดริปเปอร์ที่เรียกกันว่า “V60” นั้น ก็มีข้อดีตรงที่สามารถชงกาแฟดื่มสำหรับคนเดียวได้ โดยวิธีวางแก้วกาแฟไว้ใต้ดริปเปอร์  หากดื่มกัน 2-3 คน ก็ใช้โถแก้วเป็นตัวรองรับน้ำกาแฟแทน ชงเสร็จสรรพก็รินแจกจ่ายกันได้เลย วัสดุที่ใช้ทำนั้นมีทั้งเซรามิค พลาสติกเนื้อดี และโลหะ เช่น ทองแดง

ดริปเปอร์รุ่น V60 นี้ สร้างชื่อเสียงลือลั่นให้แก่ Hario แบรนด์อุปกรณ์ชื่อดังของญี่ปุ่น ด้วยการดีไซน์ดริปเปอร์ออกมาช่วยให้น้ำร้อนไหลไปรวมยังส่วนกลางของกาแฟสดที่บดระดับกลาง ทำให้น้ำสัมผัสกับกาแฟบดได้นานขึ้น นอกจากนั้น ยังมีรูดริปเปอร์เพียงหนึ่งรูแต่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ป้องกันการอุดตันของกาแฟบดที่ขยายตัวเมื่อโดนน้ำร้อน  

ชื่อ V60  นั้น มีที่มาจากดริปเปอร์ถูกออกแบบให้เป็นทรงกรวยรูปตัว V ทำมุม 60 องศา  ภายในดริปเปอร์ทำเป็นเกลียวหมุน ช่วยไล่อากาศ  ทำให้น้ำกาแฟไหลจากด้านข้างดริปเปอร์ได้สะดวกขึ้น เกิดความสม่ำเสมอในการสกัดกาแฟ

มีทริคเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญมาฝากกัน แนะนำให้ใช้น้ำร้อนลวกกระดาษกรองก่อนดริป (Pre-heat) เพื่อล้างกลิ่นกระดาษออก และช่วยให้อุณหภูมิในการชงกาแฟนิ่ง ไม่เกิดปัญหา สกัดน้อยไป  (Under-extraction) มีรสเฝื่อนฝาดๆ แทรกเข้ามายังน้ำกาแฟ

Aeropress อุปกรณ์ชงกาแฟอาศัยแรงดันอากาศ ภาพ : William Moreland on Unsplash

3.Aeropress
หากคิดว่าวิธี Pour over ไม่เหมาะกับเรา ก็ลองมองหาตัวนี้ดูครับ เป็นการชงกาแฟอาศัยระบบแรงดันอากาศ  เรียกว่า  “Aeropress”  ราคาไม่แพงอย่างที่คิด  นับเป็นรูปแบบการชงกาแฟที่ง่าย มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน  แต่สามารถดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ตัวอุปกรณ์ก็ทำจากพลาสติกอย่างดี ทนความร้อนได้สูง

Aeropress เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟรุ่นใหม่ที่คิดขึ้นขึ้นโดยชาวอเมริกันชื่อ อลัน แอดเลอร์  ในปี ค.ศ. 2005 หรือ 15 ปีมานี้เอง  มีหลักการพื้นฐานผสมผสานกันระหว่างการชงแบบ Espresso กับ  French press  คือ นำกาแฟคั่วบด แช่ลงในน้ำร้อน ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนดประมาณ 1-2 นาที  แล้วใช้มือกดสร้างแรงดันเพื่อรีดน้ำกาแฟออกมา 

วิธีชงกาแฟโดยใช้อุปกรณ์ Aeropress นั้น ทำได้ 2 วิธี คือ 1. แบบดั้งเดิม  ใส่ฟิลเตอร์ด้านล่าง เติมกาแฟคั่วบดลงในกระบอก ใส่น้ำร้อนลงไปคนให้เข้ากันช้าๆ เสียบด้ามกดลงในกระบอก รอ 1-2 นาที แล้วค่อยๆ กดลงไปให้น้ำกาแฟไหลลงสู้แก้วหรือโถด้านล่าง  และ 2. แบบกลับหัว  ใส่กาแฟคั่วบดลงในกระบอก เติมน้ำร้อนเพื่อแช่กาแฟ คนเบาๆ ให้น้ำร้อนและกาแฟบดเข้ากัน  ใส่ฟิลเตอร์ด้านบน ทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วพลิกกลับ(อย่างรวดเร็ว) วางกระบอกลงบนแก้วหรือโถ เริ่มดันด้ามกดลงไปช้าๆ  ขั้นตอนการชงทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที 

จุดเด่นอยู่ตรงที่ใช้กาแฟคั่วบดได้หลายระดับ จะบดระดับกลางแบบดริปก็ได้ หรือถ้าใช้บดละเอียดปานกลาง  จะได้กาแฟรสชาติที่เข้มข้นกว่าแบบ French Press  จึงเป็นอุปกรณ์ที่ชงกาแฟได้หลากหลายรสชาติ  ควรทดลองหารูปแบบที่ถูกใจที่สุด… แม้วิธีทำกาแฟให้อร่อยเป็นเรื่องของมาตรฐาน  แต่สำหรับรสชาตินั้นขึ้นอยู่รสนิยมจริงๆ 

French Press นำไปชงกาแฟสกัดเย็นอย่าง Cold Brew ได้ ภาพ : Helena Lopes on Unsplash

4.French Press
หากพูดถึงอุปกรณ์การชงกาแฟแบบกดที่ง่ายและสะดวกที่สุดอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว พบเห็นได้บ่อยมากตามบ้านหรือออฟฟิศ คงไม่พ้นไปจาก “French Press” เป็นแน่  เป็นหนึ่งในวิธีชงกาแฟที่โด่งดัง และได้รับความนิยมไปทั่วโลก  มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น Press Pot, Coffee Press, Coffee Plunger, Cafetiere, Cafeteria หรือแม้แต่ Bodum  ก็ตาม นิยมใช้กันมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โน่น

มีอุปกรณ์เครื่องเคราไม่เยอะ แต่คุณภาพคุ้มราคา  ว่ากันว่า การชงแบบ French Press นั้นสามารถดึง “เอกลักษณ์ของกาแฟ” ออกมาได้อย่างเต็มที่  หมายความว่า ถ้ากาแฟที่นำมาใช้ คุณภาพดี รสชาติและกลิ่นก็ออกมาดี  ….เพราะกาแฟไม่เคยหลอกลวงใคร

ปกติราคา French Press มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงครึ่งหมื่น ขึ้นอยู่กับคุณภาพ  และเป็นแบรนด์ของใคร  วัสดุที่ใช้ทำก็มีความหลากหลาย เช่น แก้วทนความร้อน ทองแดง สเตนเลส และโลหะเคลือบดำ

ตัวอุปกรณ์ French Press รวมไปถึงพวก Chemex, Drip และ Aeropress สามารถนำไปทำ Cold Brew เมนูกาแฟสกัดเย็นที่มาแรงเหลือเกินในเวลานี้ได้ด้วย เนื่องจาก Cold Brew ให้รสขมและเปรี้ยวน้อยกว่ากาแฟสกัดร้อน แถมยังหอมกว่า

Auto Drip ยอดนิยมประจำบ้านและออฟฟิศ

5.Auto Drip
ย้อนกลับไปราว 50-60 ปีก่อนมานี้เอง มีการประดิษฐ์เครื่องดริปไฟฟ้าขึ้นมา ชงกาแฟขายกันเป็นล่ำเป็นสันตามร้านคาเฟ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ตอนหลังพัฒนามาเป็นอุปกรณ์ประจำออฟฟิศหรือตามบ้านไป

หลักการทำงานของเครื่องชงกาแฟดริปออโต้จัดว่าง่ายมากทีเดียว  เริ่มแรกเทผงกาแฟสดที่บดค่อนข้างหยาบลงในกระดาษกรองที่วางอยู่บนกรวย เทน้ำเย็นใส่ภาชนะบรรจุน้ำที่ออกแบบมาติดกับตัวเครื่อง จากนั้นก็กดปุ่มให้เครื่องทำงานเพื่อต้มน้ำ เมื่อน้ำร้อนได้ที่ก็จะพุ่งไปตามท่อลงสู่ผงกาแฟในฟิลเตอร์ แล้วน้ำกาแฟก็ไหลลงสู่เหยือกแก้วด้านล่าง คล้ายหลักการเทน้ำร้อนลงบนกาแฟคั่วบด (Pour- Over) ตามสไตล์กาแฟดริปมือนั่นเอง

เอสเพรสโซ ต่อยอดทำกาแฟอร่อยๆได้หลายเมนู ภาพ : Mike Marquez on Unsplash

6.Espresso Maker
หากชื่นชอบเอสเพรสโซ กาแฟเข้มขลังเปี่ยมพลังที่มีครีมาสีทองอมน้ำตาลลอยนวลอยู่ในถ้วยไซส์เล็กแล้วไซร้  ก็ต้องลงทุนจัดหา เครื่องชงเอสเพรสโซ มาใช้ เลือกแบบที่ใช้ตามบ้านก็เพียงพอแล้ว สนนราคาก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น มีให้เลือกมากมายหลายรุ่น

แม้ราคาจะดูน่ารักน่าชัง แต่เครื่องชงเอสเพรสโซที่รุ่นต้นแบบเกิดขึ้นเมื่อ 130 ปีมาแล้ว ก็สามารถนำไปต่อยอดทำเมนูกาแฟอร่อยๆ ได้อีกหลายตัว ทั้งสูตรร้อนและเย็น เป็นต้นว่า พวกกาแฟใส่นมอย่าง ลาเต้, คาปูชิโน่, คาราเมล มัคคิอาโต้ หรือแฟล็ต ไวท์ และพวกกาแฟสายดำอย่าง อเมริกาโน่ หรือลอง แบล็ค

การชงเอสเพรสโซอีกรูปแบบที่สะดวก ง่าย และรวดเร็ว  ก็ต้องยกให้ “Nespresso” หรือกาแฟแคปซูล แม้จะเป็นนวัตกรรมใหม่บนโลกกาแฟ คิดค้นกันมาไม่ถึง 50 ปี แต่ก็ได้รับความนิยมสูง มีแคปซูลกาแฟหลากหลายชนิดให้เลือก เพียงแค่กดปุ่มเท่านั้นก็ได้ชิมกาแฟรสเข้มข้นแล้ว ในระยะหลังๆ นิยมใช้แคปซูลสเตนเลสแทนพลาสติก เพื่อช่วยลดขยะในธรรมชาติให้น้อยลง

Moka Pot หม้อต้มกาแฟดีไซน์คลาสสิคจากอิตาลี ภาพ : Milada Vigerova on Unsplash

7.Moka Pot
หากต้องการเครื่องทำเอสเพรสโซที่ราคาถูกกว่านี้ ชงเองที่บ้านได้สบายๆ แบบแมนนวล ก็ต้องชี้นิ้วไปที่ “Moka Pot” หม้อต้มกาแฟดีไซน์สุดคลาสสิกจากอิตาลี

ถ้าเป็นรุ่น “Brikka” ที่เพิ่มการใส่วาล์วหัวฉีดแบบใหม่เข้าไปเพิ่มแรงดันน้ำ ได้ครีมาสีทองฟองละเอียดที่คงทนนานกว่ารุ่นเดิม ให้อารมณ์ไม่แพ้จิบเอสเพรสโซจากเครื่องหลักหมื่นหลักแสนทีเดียว แถมสมบุกสมบัน คงทนใช้งานนานหลายปี  คุ้มค่าจริงๆ

พิมพ์มาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ว…ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการชงกาแฟอยู่กับบ้านหรือที่ออฟฟิศ และดื่มด่ำรสชาติอย่างมีความหวัง… ในที่สุดสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น


facebook : CoffeebyBluehill

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *