“Dalgona Coffee”…กาแฟวิปครีมสุดฮิตช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน

นับจากช่วงต้นปีค.ศ. 2020 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19  รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมารณรงค์ในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเก็บตัวอยู่กับบ้าน เลิกกิจกรรมทางสังคม งดเดินทางที่ไม่จำเป็น หวังช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะตัวนี้

การรณรงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับๆ คาถาป้องกันตนเองที่กลายเป็น “ม็อตโต” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายจากแคมเปญสร้างเกราะป้องกันไวรัสโควิด-19  เช่น  “มาพักสมองจากชีวิตทางสังคมกันเถอะ”  และ “ติดต่อกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย แทนออกจากบ้านไปพบปะกัน” ถ้าเป็นบ้านเราก็ประมาณ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย” อันเป็นหลักปฏิบัติที่แนะนำให้ประชาชนทำตามในสถานการณ์นี้

คนส่วนใหญ่ที่เก็บตัวอยู่บ้านจึงมักหาอะไรทำกันยามว่าง หลายคนสอนถ่ายภาพ หลายคนหัดทำหน้ากากผ้าอนามัย หลายคนปลูกผักกินเอง หลายคนก็แจกสูตรการกำกับข้าว ขึ้นอยู่กับความถนัด

กาแฟทัลโคน่า เสิร์ฟแบบแยกชั้นเป็นเลเยอร์ ภาพ : Mayur on Unsplash

ในช่วงที่คนเกาหลีกักตัวเองอยู่บ้านในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมนั้น ปรากฏว่า ได้เกิดกระแสไวรัลขึ้นในโลกโซเชียลมีเดียของแดนกิมจิ ซึ่งโด่งดังออกไปทั่วโลกเลยทีเดียว เป็นการรวมพลังกันโพสต์ภาพและวิดีโอสูตรกาแฟชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “Dalgona coffee” หรือ “กาแฟทัลโคน่า” อวดโฉมกันเยอะมากในหลากหลายรูปแบบ

กลายเป็นเทรนด์สุดฮิตสังคมออนไลน์ที่มีการติดแฮชแท็ก  #dalgonacoffeechallenge และแชร์กันมากมายทั้งใน Instagram, Facebook,Twitter, YouTube และ TikTok

ในประเทศไทยของเรา ก็มียูทูบเบอร์หลายคนได้ลงคลิปวิดีโอสาธิตการทำกาแฟยอดฮิตล่าสุดของเกาหลีใต้โดยละเอียด แถมเพิ่มเคล็บลับวิธีตีฟองนมให้มีเนื้อเนียนนุ่มเอาไว้อีกต่างหาก หากสนใจลองเข้าไปในยูทูบ พร้อมกับพิมพ์ค้นหาคำว่า  Dalgona coffee หรือกาแฟวิปครีม หรือกาแฟโฟมสุดฮิตเกาหลี ใครที่ชื่นชอบกาแฟเย็นที่หอม หวานมัน และเข้มข้น รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

เทรนด์ฮิตล่าสุดทางโซเชียลของเกาหลีใต้นั้น มีจุดเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม หลังจากพระเอกหน้าหวานจากซีรีส์ดังในหลายๆ เรื่องนามว่า “จอง อิลอู” ได้เป็นผู้แนะนำวิธีการทำ กาแฟทัลโคน่า ไว้ในรายการวาไรตี้ทางโทรทัศน์รายการหนึ่ง  ก่อนที่จะกลายมาเป็นกระแสไวรัลอันโด่งดังในเวลาต่อมา

ดาราโอปป้าสุดหล่อ เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเองได้เดินทางไป “เกาะมาเก๊า” เพื่อค้นหาอาหารจานเด็ดที่ทำจากเนื้อหมู มีโอกาสเข้าไปในร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง  แล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อกาแฟแก้วที่ทางร้านเสิร์ฟมาให้นั้น เมื่อชิมแล้ว รสชาติและความหวานหอมค่อนข้างคุ้นปากเอามากๆ ทำให้พลันนึกไปถึงขนมลูกกวาดสีน้ำตาลที่มีขายอยู่ทั่วตามร้านข้างทางซึ่งมีชื่อเรียกกันติดปากว่า “Dalgona” หรือ “ขนมป๊ปกิ”  ต่อมาพระเอกหนุ่มจึงนำคลิปวิดีโอไปเปิดให้ดูกันทางรายการ “Stars’Top Recipe at Fun-Staurant”

“จอง อิลอู” แจกสูตรกาแฟทัลโคน่าในอินสตาแกรมส่วนตัว ภาพ : instagram.com/jungilwoo.delights

ในคลิปรายการนั้น จะเห็นเจ้าของร้านตักกาแฟผงสำเร็จรูปลงในถ้วยเซรามิค 2 ช้อน เติมน้ำตาลทรายขาวลงไป เสร็จแล้วเทน้ำร้อนใส่ช้อนเพื่อชั่งตวง ใช้ปริมาณน้ำเท่ากับ 2-3 ช้อนชา จากนั้นเริ่มคนส่วนประกอบคือ กาแฟ น้ำตาล น้ำร้อน ให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว คนวนซ้ำไปซ้ำมาสัก 3-4 นาที จนเนื้อเริ่มเป็นวิปครีมออกโทนสีน้ำตาลอ่อน

จากนั้นนำไปเทใส่แก้วใสทรงสูงให้หมด เติมน้ำร้อนแล้วคนให้ละลายเข้ากัน ตักน้ำแข็งก้อนใส่ลงไปจนน้ำกาแฟขึ้นมาพอดีขอบแก้ว กลายเป็นกาแฟเย็นอีกหนึ่งเมนูที่มี “ฟองโฟมเนียนนุ่มสวยงาม” รสชาติออกโทน “หวาน หอม และเข้มข้น”

ตรงนี้มีเคล็บลับนิดหน่อยมาฝากกัน วิธีจะดูว่าได้เนื้อวิปครีมเหนียวลงตัวพอดีหรือยังนั้น ให้ยกถ้วยหรือภาชนะใส่คว่ำลง หากวิปครีมกาแฟเกาะติดกันแน่น ไม่ไหลย้อยลงมา ถือว่าผ่าน…ใช้ได้แล้วครับ

อีกสไตล์ของกาแฟทัลโคน่า ภาพ : Kguirnela

สูตรกาแฟจากมาเก๊าตัวนี้ ถ้าทำเป็นกาแฟร้อน ก็คงนำส่วนประกอบที่คนวนซ้ำๆ จนข้นเหนียวเหมือนวิปครีม เทลงใส่ถ้วยจนหมดแล้วเติมน้ำร้อนลงไปจนพอดีถ้วย ได้กาแฟร้อนที่มีฟองครีมลอยอยู่ด้านบน ต่างไปจากการชงกาแฟสำเร็จรูปตามปกติที่พอใส่น้ำตาลและน้ำร้อนลงไป แล้วคนให้ละลายเข้ากัน จะให้ฟองโฟมที่น้อยกว่าและสลายตัวเร็วกว่าสูตรจากร้านที่มาเก๊า

แต่พอมาถึงขั้นตอนการทำของจอง อิลอู ที่ถ่ายทำเป็นคลิปวิดีโอ ใช้ครัวเป็นสถานที่ถ่ายทำ แล้วโพสต์ลงเว็บยูทูบในชื่อ “Jung II-woo Delights” นั้น พระเอกหน้าหวาน มีการปรับเปลี่ยนสูตรกาแฟไปบ้าง โดยเพิ่มนมสดเข้าไป แถมมีการประยุกต์อุปกรณ์ที่ใช้ทำไปด้วย ก็เครื่องมือเครื่องใช้จากครัวนั่นแหละ เช่น ใช้ชามแก้วแทนถ้วยเซรามิคและใช้ตะกร้อตีไข่หรือตีแป้งเป็นตัวคนแทนช้อน แต่กรรมวิธีการเตรียมครีมกาแฟก็ไม่ต่างไปจากร้านมาเก๊าเลย

ไม่เลวนะผมว่า…ทั้งตะกร้อตีไข่กับชามแก้วส่งผลให้การทำกาแฟสูตรนี้สะดวกคล่องตัว และรวดเร็วขึ้นมาก… ไอเดียเก๋ไก๋ดีทีเดียว

เริ่มแรกของการแสดงขั้นตอนวิธีทำนั้น พระเอกหนุ่มแดนอารีดังตักผงกาแฟสำเร็จรูปและน้ำตาลทรายขาวลงในชามแก้ว เติมน้ำร้อนลงไปเล็กน้อย จากนั้นใช้ตะกร้อตีไข่ ตีซ้ำไปซ้ำมาจนส่วนประกอบทั้งหมดละลายเข้าด้วยกันจนเป็นครีมข้นสีน้ำตาลอ่อน แล้วนำก้อนน้ำแข็งจากถาดใส่น้ำแข็งในตู้เย็น เทลงไปในแก้วใสประมาณค่อนแก้ว เติมนมสดรสจืดลงไปในแก้วให้เลยระดับกลางแก้วขึ้นมาเล็กน้อย  ใช้พายตักครีมกาแฟค่อยๆโปะลงบนหน้าแก้วนม คนให้ครีมกาแฟกับนมเข้ากันแล้ว…ยกขึ้นจิบ

สูตรกาแฟทัลโคน่า ประกอบด้วย กาแฟวิปครีม ,นมสด และน้ำแข็ง ภาพ : Isabela Kronemberger on Unsplash

ดูจากสูตรแล้ว กาแฟทัลโคน่า เหมือนสลับขั้วกันกับ กาแฟลาเต้ และ คาปูชิโน เนื่องจากสองเมนูหลัง ใช้กาแฟเป็นตัวตั้งแล้วสตีมโฟมนมเติมลงไป ส่วนกาแฟทัลโคน่า ใช้นมสดเป็นตัวตั้งแล้วใส่วิปครีมกาแฟลงไป

พลันให้นึกถึงสูตรกาแฟ+น้ำตาล+น้ำร้อน+นมสด ตามสไตล์อินเดียและปากีสถาน ที่เรียกกันว่า Phenti Hui coffee ใช้วิธีทำตามแบบร้านอาหารมาเก๊า แต่ขั้นตอนสุดท้าย ให้เติมนมร้อนลงไปเพิ่ม  อีกเมนูหนึ่งที่คล้ายๆ กันก็คือ Frappe coffee เมนูกาแฟเย็นระดับมาสเตอร์พีซของกรีซ

จะด้วยความโด่งดังของพระเอกหนุ่ม หรือความอร่อยของกาแฟเติมนมสูตรนี้  หรือความโหยหาร้านกาแฟที่เคยไปนั่งประจำ ก็ไม่อาจทราบได้ หรืออาจทั้งสองสิ่ง….ในที่สุด Dalgona coffee ก็กลายเป็นกาแฟเทรนด์ใหม่ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้าน

เฉพาะในยูทูบนั้น มีผู้โพสต์คลิปวิธีทำกาแฟวิปครีมตัวนี้กันเป็นจำนวนมาก มียอดผู้ชมรวมนับล้านคนทีเดียว ส่วนใหญ่ใช้สูตรคล้ายๆ กัน นั่นคือ กาแฟสำเร็จรูปคั่วเข้มชนิดเอสเพรสโซ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ บวกกับนมสดรสจืด

Social Distancing สร้างระยะห่างระหว่างลูกค้ากับร้านกาแฟ ภาพ : Helena Lopes on Unsplash

ที่แตกต่างกันไปบ้างก็เห็นจะเป็นอุปกรณ์ในการเตรียมกาแฟนี่แหละ เพราะในขั้นตอนการคนซ้ำไปซ้ำมาอย่างเร็วจนส่วนผสมละลายกลายเป็นฟองโฟมสีครีมเนื้อเนียมนุ่ม  ยูทูบเบอร์บางคนใช้ช้อน  บ้างใช้ตะกร้อตีไข่  บ้างใช้แปรงไม้ไผ่ชงชาเขียวมัทฉะ บ้างใช้เครื่องผสมอาหารแบบใส่ถ่านหรือไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับมีอุปกรณ์อะไรอยู่บ้างในช่วงเก็บตัวอยู่บ้านต้านโควิดนั่นเอง

สารภาพเลยครับว่า… ผมยอมรับนับถือในความตั้งใจของบางท่านมากที่ใช้มือจับช้อนหรือตะกร้อตีไข่คนวนๆ กันไปอย่างเร็วจนส่วนผสมของกาแฟละลายเข้าด้วยกันจนแน่นเนียนนุ่มเหมือนโคลนลาวาภูเขาไฟ เข้าใจว่าน่าจะคนวนไปไม่ต่ำกว่า 400-500 ครั้ง แล้วแต่พลังมือของแต่ละท่านว่าแรงมากแรงน้อยต่างกันขนาดไหน

คิดเสียว่า เป็นการออกกำลังกายช่วงเก็บตัวอยู่บ้านก็แล้วกัน  ดีกว่ามานั่งหงอยเหงา นอนเปื่อย หรือบ่นเบื่อๆ ไม่มีกิจกรรมทำ

บางคนชอบหวานแต่ “กลัวโรคอ้วน” และสารพัดโรคถามหา ก็หันไปใช้น้ำเชื่อมแต่งกลิ่นแบบไร้ไขมัน หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจำพวก low carb sweetener บ้างไม่ใส่น้ำตาลก็มี ปั่นเฉพาะกาแฟสำเร็จรูปกับน้้ำร้อนให้เป็นวิปครีม บ้างใช้เอสเพรสโซครึ่งช๊อต หรือ “Ristretto” แทนกาแฟสำเร็จรูป

ส่วนชนิดนมที่ใช้ในสูตรนี้เป็นนมสดรสจืด เทลงในแก้วใสที่มีน้ำแข็งก้อนเล็ก จนระดับนมสูงขึ้นไปสักประมาณ 75% ของระดับแก้ว  ขณะที่ตอนตักวิปครีมกาแฟลงในแก้วนั้น บางท่านก็ใช้ช้อน บางท่านใช้กรวยสแตนเลสหยอดช็อคโกแลต บางท่านก็ใช้ที่ตักไอศรีมค่อยๆ หยดวิปครีมลงบนแก้วใส พร้อมตกแต่งหน้าวิปครีมกาแฟให้ดูสวยงามตามใจชอบ

สาเหตุที่ใช้แก้วใสนั้น ก็เพราะต้องการโชว์เชิงชั้นหรือเลเยอร์ระหว่างวิปครีมกาแฟสีน้ำตาลกับนมสดสีขาว เวลาเสิร์ฟให้กับลูกค้า  ใช้โทนสีตัดกันอย่างนี้ดูสวยคลาสสิคทีเดียว

ย้อนกลับไปที่ ขนมป๊ปกิ (ppopgi) กันสักนิด เป็นขนมพื้นบ้านของเกาหลี  คล้ายๆขนมน้ำตาลกวน มีประวัติย้อนไปถึงสมัยโชซอนโน่น มีการทำขนมชนิดนี้กันขึ้นในช่วงเกิดภัยแล้ง ยามนั้นคนเกาหลีไม่มีข้าวและไม่มีพืชผักกิน แต่มีน้ำตาลทรายมาก จึงนำมาทำเป็นอาหารกินแทน ใช้น้ำตาลทรายขาวหรือแดงก็ได้ผสมเข้ากับเบกกิ้งโซดาเพื่อให้เกิดความฟู  จึงมีชื่อเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “ขนมคนจน”

สำหรับวิธีทำขนมคนจน…ให้นำน้ำตาลทรายมาเคี่ยวในกระทะใบเล็กหรือกระบวย  ใช้ช้อนหรือตะเกียบคนน้ำตาลไปเรื่อยจนละลาย  แล้วใส่เบกกิ้งโซดาลงไปเล็กน้อย คนให้ละลายเข้ากันอีกครั้ง จนเริ่มฟูขึ้นมาและเปลี่ยนสีออกโทนครีมๆ แล้วเทลงบนถาดที่เตรียมไว้ซึ่งโรยน้ำตาลทราย ใช้วัตถุก้นแบนมาทับด้านบนเพื่อให้ผิวหน้าขนมเรียบเสมอกัน

จากนั้นพักไว้จนเย็นจึงตัดออกเป็นชิ้น นำแม่พิมพ์มากดทับลงบนขนม ก็จะได้ขนมป๊ปกิตามรูปแบบที่ต้องการ …ชิมแก้หิวได้ทันที

เรื่องราวเบื้องหลัง “กาแฟทัลโคน่า” ที่โด่งดังตามแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดียในช่วงเก็บตัวอยู่บ้านต้านไวรัสโควิด-19 นอกจากเปิดโอกาสให้ลองทำสูตรกาแฟดื่มกันเองที่บ้านแล้ว ยังช่วยให้รู้จักขนมโบราณของเกาหลีอีกด้วย …เพราะอาหารและเครื่องดื่มนั้น ไม่ใช่แค่สำรับหรือสูตรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงรากเหง้านับจากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน…


facebook : CoffeebyBluehill

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *