ปั้นสินค้าเกษตรไทย สู่พรีเมียม-ใช้ Big Data ทางออกแก้ราคาตกต่ำ

ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. ใช้อีคอมเมิร์ซ แก้ปัญหามังคุดราคาตกต่ำ ใช้บิ๊กดาต้าช่วยเหลือเกษตรกรในระยะกลางและระยะยาว พร้อมอัพเกรดสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าพรีเมียม

เกษตรกรที่ปลูกมังคุดปีนี้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากราคามังคุดตกต่ำมาก นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมอเวนเจอร์เศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื่องจากปีนี้ผลผลิตมังคุดออกมาเยอะมากเกินคาด ทำให้สินค้าล้นตลาด ขณะที่ความต้องการไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก และตลาดยังเป็นตลาดเดิมๆ ทำให้ราคาอาจถูกกดลงบ้าง

นอกจากนี้ คุณภาพของผลผลิตปีนี้ยังแย่เนื่องจากโดนพายุ ทำให้ผิวไม่สวย ขนาดก็เล็กเกินไป ทำให้ตกเกรด ไม่ใช่เกรดพรีเมียมที่จะส่งออกไปประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือส่งไปหลายๆ ประเทศได้ ทำให้ชาวสวนขายมังคุดไม่ได้ราคาที่ดีนัก ประกอบกับปีนี้กฎหมายแรงงานค่อนข้างเคร่งครัดมากขึ้น ทำให้แรงงานที่จะมาช่วยเก็บเกี่ยวหรือคัดมังคุดขาดแคลน

ซึ่งกระทรวงแรงงานอาจต้องเข้ามาช่วยดูในเรื่องของแรงงานชั่วคราว ที่เข้ามาช่วยทำงานหนักๆ ที่คนไทยอาจไม่ทำแล้ว หรือไปทำอาชีพอื่น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแรงงานหนัก และใช้แรงงานต่างด้าวได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ชาวสวนยังถูกล้งรายใหญ่กดราคา ซึ่งความจริงล้งทั่วไปถือว่าเป็นส่วนสำคัญของวัฏจักรของพ่อค้าแม่ค้าในการซื้อขายสินค้าเกษตรจากชาวสวน ส่วนใหญ่ก็เป็นล้งที่ดี ทำธุรกิจแบบมีธรรมาภิบาลที่ดี และเปิดตลาดใหม่ๆ ให้เกษตรกรไทย แต่ช่วงหลังมีคนต่างชาติที่อาจใช้นอมินีเป็นคนไทยเข้ามาทำธุรกิจ ทำธุรกรรมในประเทศไทยอย่างที่ไม่ถูกกฎหมาย 100% และอาจเสียภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ด้วยความที่ตัวเองมีออเดอร์จำนวนมากก็จะมากดราคาสินค้าจนทำให้ชาวสวนขาดทุน ซึ่งบางเรื่องกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่อยากเข้าไปแทรกแซงราคาตลาด แต่วันนี้ชาวสวนขาดทุนเยอะมาก ดังนั้นอาจถึงเวลาที่ภาครัฐต้องเขามาดูแลระบบการซื้อขายตรงนี้ด้วย

ปริญญ์ พานิชภักดิ์

นายปริญญ์ กล่าวว่า จากการที่มังคุดราคาตกต่ำมาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความห่วงใยและมอบนโยบายให้ช่วยเหลือชาวสวน ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหาระยะสั้น ได้ใช้แนวทางอีคอมเมิร์ซ โดยเราได้ขอความกรุณาไปรษณีย์ไทยให้มาช่วยจัดส่งมังคุดที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ฟรี 1-2 แสนกิโลกรัม

ซึ่งอาจเป็นการช่วยในระยะสั้น สำหรับผู้ที่สนใจอยากช่วยอุดหนุนซื้อมังคุดสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงที่ทำการไปรษณีย์ไทยได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.thailandpostmart.com โดยต้องสั่งซื้อขั้นต่ำ 10 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 39 บาท รวมค่าส่งด้วย ราคา 399 บาท/กล่อง ซึ่งต่อไปก็จะขยายผลทำร่วมกับช้อบปี้ หรืออีคอมเมิร์ซเจ้าอื่นด้วย ในส่วนของช้อปปี้ได้มีการหารือกันแล้ว เพื่อช่วยระบายสินค้า

ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว นายปริญญ์ กล่าวว่า ต้องมีกระบวนการที่จะทำการตลาดนำกระบวนการผลิต มีการคาดการณ์ผลการผลิต และต้องเร่งบูรณาการการทำงานภายในกระทรวงพาณิชย์ ระหว่างทูตพาณิชย์กับพาณิชย์จังหวัดที่จะหาตลาดใหม่ให้กับสินค้าเกษตรของแต่ละพื้นที่

นอกจากหาตลาดใหม่แล้ว จะต้องทำเรื่องการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ในส่วนนี้เกษตรกรอาจไม่มีเงินทุนที่มากพอที่จะนำสินค้าเกษตรไปแปรรูป หรือไม่สามารถหาตลาดมารองรับสินค้าเหล่านี้ หรือไม่สามารถทำแบรนดิ้ง ทำเรื่องราวให้มีความน่าสนใจ ซึ่งภาครัฐต้องเข้ามาช่วยดูเรื่องการต่อยอดมูลค่าสินค้าเกษตร และหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นเอกชนดีๆ เก่งๆ เข้ามาช่วยโค้ช ช่วยเทรน และทำเรื่องการแปรรูปให้เป็นจริงได้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มีสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ หรือ NEA New Economy Acady โดยจัดหลักสูตร CLMV 3 plus เอาอาเซียนมารวมด้วย ทำอาเซียนแบรนดิ้ง มีโค้ชกูรูเก่งๆ ด้านการตลาดมาสอนคนไทย สอนประเทศกลุ่มในลุ่มน้ำโขง ทำแบรนด์อาเซียน แบรนด์แต่ละประเทศ ทำให้อัตลักษณ์โดดเด่น ขายได้ราคาพรีเมียมในตลาดโลก

ส่วนในระดับเศรษฐกิจฐานรากนั้น ทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคประชาธิปตย์ก้มีกูรูด้านการตลาด และกูรูด้านที่จะร้อยเรียงเรื่องราวทำเป็นออนไลน์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อช่วยชาวสวนหาตลาดใหม่ และทำแบรนดิ้งสินค้าเหล่านี้ด้วย

หัวหน้าทีม อเวนเจอร์เศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะต้องใช้เรื่องของบิ๊กดาต้าให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร อย่างการขายมังคุดรอบนี้ ที่เชื่อว่าน่าจะขายได้หลายร้อยตันแน่ เราก็ต้องเอาข้อมูลของลูกค้ามาเก็บไว้ มาวิเคราะห์ และในระยะกลาง ระยะยาว ก็ต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการสร้างตลาด และพัฒนาทำการตลาด ทำการผลิตให้กับเกษตรกรมากขึ้น เป็นข้อมูลมาวิเคราะห์ช่วยเกษตรกรในปีต่อๆ ไป

และเชื่อว่าในอนาคตทูตพาณิชย์ทั่วโลก จะทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น เป็นทูตและเป็นเซลส์แมนที่เก่ง โปรโมทสินค้าท้องถิ่นของแต่ละจังหวัดของไทยไปสู่ตลาดโลกได้ด้วย และทูตทั่วโลกก็ต้องพยายามจัดหาข้อมูลให้เรารู้ความต้องการสินค้าเกษตรแต่ละชนิดเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ทำตัวสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละตลาด ซึ่งเราต้องทำให้เต็มรูปแบบ ให้ครบทั้งห่วงโซ่ซัพพลายเชน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เราต้องเข้าใจว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน ต้องศึกษาเขา เรียนรู้เขา ให้สิ่งที่เขาต้องการ เพราะประเทศเราได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ อัตลักษณ์ ความโดดเด่นของท้องถิ่น และสินค้าเกษตรของเราปลูกได้ดี หลายชนิดที่ตลาดโลกต้องการ เพียงแต่ทำอย่างไรถึงจะอัพเกรดให้สินค้าเกษตรเหล่านี้ ให้เป็นสินค้าพรีเมียม เป็นสินค้าที่มีเรื่องราว เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนจ่ายแพงขึ้นได้

“การที่เราจะดันราคาให้สินค้าเกษตร เป็นสินค้าเกษตรพรีเมียม สามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลา ใช้ความพยายาม อดทน และความเพียรในการเรียนรู้ ศึกษา และหาเรื่องราวมาร้อยเรียง และหาตลาดใหม่ๆ

เพราะหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้สำเร็จง่ายๆ เพียงข้ามวัน การทำสินค้าพรีเมียมอาจต้องใช้เวลา แต่ทำได้ เราต้องหาเอกชนเก่งๆ มาช่วยทำด้วย ภาครัฐอย่างเดียวคงไม่สำเร็จ กระบวนการอย่างนี้บางคนทำได้สำเร็จ อย่างดอยตุง ที่ทำสินค้าเกษตรแปรรูปให้มีมูลค่าสูงขึ้นได้”


ภาพมังคุดจาก : thailandpostmart.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *