ขายของไม่ดี นาทีนี้ต้องใช้ช่องทาง “ดิจิทัล/ออนไลน์” อย่าขายตัดราคา

 

 

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจในประเทศไม่ดี อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามการค้าที่ความจริงดำเนินมาร่วม 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

จะเห็นได้ว่าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา การค้าการส่งออกของไทยติดลบในรอบ 6 ปี ขณะที่ค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นร่วม 10% จาก 33 บาท/ดอลลาร์ ตอนนี้กลายเป็น 30 บาท และหลายคนฟันธงว่าจะเป็น 29-28 บาท ถ้าไม่ทำอะไร

ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการ SME จะพากันบ่นว่าขายของไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในความเห็นของ มงคล ลีลาธรรม อดีต CEO SME Development Bank

“ตอนนี้คนมาพักเงินอยู่ที่บ้านเราเยอะมาก เงินทุนไหลเข้ามาเยอะ ก็เลยทำให้ค่าเงินเราแข็งค่าผิดปกติ SME ที่ส่งออกหลายคน ตอนนี้ถ้าไม่ปรับตัว ลดต้นทุน ลดคนงานลงก็เป็นเรื่องใหญ่ เป็นความยากลำบากของเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนเรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น เพราะเป็นความท้าทาย จะทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด เป็นเรื่องที่สำคัญ”

รัฐบาลใหม่ที่เข้ามา โจทย์ใหญ่เรื่อง SME ที่ต้องเร่งแก้ไขในช่วงแรก ก็คือเรื่องทำมาค้าขาย เรื่องเศรษฐกิจปากท้องที่ต้องรีบแก้ แล้วไม่มีโอกาสที่จะเรียนรู้งาน พอถึง 30 วันจะต้องเป็นผล เรียกว่าไม่มีช่วงฮันนี่มูนพีเรียด เพราะฉะนั้น SME ทั้งหลายต้องรีบตั้งสติให้ได้ ล้มแล้วก็ให้รีบลุก ใครที่ยังไม่เดินก็ต้องตัดสินใจเดิน หันทิศทางให้ถูกต้อง

มงคล ลีลาธรรม อดีต CEO SME Development Bank

“จริงๆ วันนี้ เป็นวันที่เราเปลี่ยนทำเลค้าขายไปอยู่ที่ใหม่ เขาเรียกถนนดิจิทัล เมื่อก่อนทำเลค้าขายบ้านเราอยู่ที่แม่น้ำ เมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว จากแม่น้ำก็ยกระดับไปที่ตลาดริมถนน แล้วไปอยู่ที่ศูนย์การค้า แล้วไปอยู่ที่โมเดิร์นเทรด แล้ววันนี้ไปอยู่ที่ถนนดิจิทัล ทางรอดหนึ่งคือต้องไปค้าขายบนออนไลน์ ต้องค้าขายเป็น

เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม ครม. นายกฯ ก็ยกตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จบนออนไลน์อยู่ที่สตูล ค้าขายอาหารทะเลดีมาก สามารถรวบรวมอาหารแห้งใน จ.สตูล ยกระดับคุณภาพ ขายผ่านออนไลน์และขายได้ราคา ตัดคนกลางทิ้ง ถึงตัวผู้บริโภคเลย”

ต้องมีกลยุทธ์การขาย “เขาชัดเจนเลยว่าเราซื้อของดี ไม่กินเองแต่เอาไปฝากแม่ ทั้งแม่ตัวเองและแม่คุณ แม่ฉันต้องได้กิน และขายในราคาจูงใจ แล้วประกันคุณภาพ ราคาไม่แพง มีบรรยากาศเร้าใจ ชวนพูดชวนคุย ทำให้คนตัดสินใจซื้อ วันนี้ก็มีการขายตรงผ่านทีวีไดเร็ค ทีวีดิจิทัลเดี๋ยวนี้โฆษณาสินค้าน้อยลง แต่ขายของโดยตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น แล้วมีของแถมให้ตัดสินใจภายใน 50 คนแรกหรือ 50 สายแรก”

ดังนั้น สิ่งที่ SME ต้องทำ คือ 1.ต้องมีการเปลี่ยนช่องทางการจัดจำหน่าย ไปสู่ถนนดิจิทัล 2.ต้องทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น และต้องตั้งเป้าหมายเลยว่าอย่างน้อยกำไรต้องเพิ่มขึ้นปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 12%

ซึ่งมงคลอธิบายว่า มาจาก “กฎ 72″ หมายความว่า สมมติปีหนึ่งคุณมีกำไรเพิ่ม 12% มูลค่าทางธุรกิจภายใน 6 ปี คุณจะโตเท่าหนึ่งเอาง่ายๆ 72 หาร 12 ก็เท่ากับ 6 ซึ่งอันนี้เท่ากับตลาดหลักทรัพย์ฯ อัตรากำไรของตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน 50 ปีที่ผ่านมา 650 กว่าบริษัทเติบโตกว่า 12% ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาเรียกว่ามีความสามารถในการแข่งขัน จะทำอย่างไรในการลดต้นทุน หาเทคโนโลยีมา

ทำอย่างไรให้เรากำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังลูกน้องที่อยู่กับเรา รายได้ทุกคนก็ต้องเพิ่มขึ้น เงินเดือนต้องเพิ่มอย่างน้อย 6-7% ถ้าเพิ่มน้อยกว่านี้ เขาก็เอาไปจ่ายหนี้ไม่ได้ ซื้อบ้านไม่ได้ ความมั่นคงของลูกจ้างก็น้อย ก็อยู่กับเราไม่ได้ เพราะฉะนั้น กำไรของเราต้องโตอย่างน้อย 12% เพื่อให้ลูกจ้างเราอย่างน้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น 6-7% ได้”

ถ้าขายดีในทำเลเดิมอยู่แล้ว มงคล บอกว่า ก็ต้องเพิ่มเติมช่องทางดิจิทัลด้วย เพราะจะทำให้ได้เปรียบกว่าคนอื่น และอยากให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงในขณะที่ยังดีอยู่ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงในตอนที่แย่ โดยทั่วไปวัฏจักรมันมีขึ้นมีลง บางทีเราไม่รู้ตัวหรอกว่าอยู่ในขาขึ้นหรือขาลง เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะเปลี่ยน จะปรับตัวเองอย่างไร เพื่อให้สามารถขายของมีกำไรเพิ่มขึ้น อันนี้เป็นจุดสำคัญ

“เวลาที่เราไปหาธนาคาร ส่วนใหญ่เราจะไปหาตอนขาดเงิน แต่จริงๆ แล้วเราต้องไปหาธนาคารตอนที่เรายังสุขภาพดีอยู่ พอสุขภาพดี เวลาใครไปหา คนก็อยากคบ และใครก็อยากให้กู้ เวลาดีมีกำไร ไม่ไปหาแบงก์ถือว่าคิดผิด

เพราะยิ่งธุรกิจดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น คุณก็ยิ่งต้องใช้เงิน บางคนที่มีโชควาสนาไม่มีหนี้เลย ก็มีน้อยมากไม่ถึง 1% เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจต้องเตรียมการไว้ และเงินกู้ที่เราได้มา อย่าใช้หมด ต้องเก็บไว้ 30%”

มงคล บอกด้วยว่า ที่สำคัญที่สุด คือการทำบัญชีเดี่ยว เพราะวันนี้มีกฎหมายที่ชัดเจนว่าถ้าใครที่ไม่เข้าระบบมูลค่าเพิ่ม หมายความว่ามียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ก็คือขายของเดือนหนึ่งไม่เกิน 150,000 บาท คนเหล่านี้ถ้าไปกู้ยืม ธนาคารก็จะให้กู้เพียง 200,000 บาท เพราะไม่ได้เข้าระบบ VAT

“หลายคนเข้าใจว่าพอเข้าระบบ VAT จะต้องเสียภาษี การที่คุณต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้คุณอยู่ไม่ได้ ก็แสดงว่าสินค้านั้นจริงๆ อนาคตคุณก็จะอยู่ยากแล้ว เพราะถ้าคุณไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณก็แข่งขันกับคนอื่นไม่ได้ เพราะคุณใช้ราคาเป็นตัวตัดราคา ซึ่งมันไม่ยั่งยืน คุณอยู่ไม่ได้หรอก

เพราะราคาที่ลดกว่าคนอื่น 7% คนอื่นก็ทำได้ ใครก็ทำได้ ท้ายสุดคนที่มีช่องทางขายใหม่ๆ ที่เขาเสียภาษีถูกต้อง เขาก็เอาชนะคุณ โดยใช้ปริมาณการขาย แล้วลดต้นทุน หรือมีเทคโนโลยี มีดีไซน์ มีมาตรฐาน ใช้เทคนิคของการตลาดได้มากกว่าคุณ เพราะเขาขายมากกว่า ช่องทางเยอะกว่า ถ้าไม่เข้าระบบภาษี ก็จะเล็กลงไปเรื่อยๆ”

“ระบบภาษีหลายคนเข้าใจผิดว่าจริงๆ ถ้าคุณจะให้รัฐบาลค้ำประกันที่เรียกว่า บสย. คุณต้องจดทะเบียนการค้า คุณต้องจดทะเบียนเข้า ภงด.90 แล้ว ภงด.90 ใครที่มีรายได้สุทธิต่ำกว่า 3 แสนไม่ต้องเสียภาษี ก็เหมือนคนจบปริญญาตรี เงินเดือน 15,000 ไม่ต้องเสียภาษี แต่อยู่ในระบบ

ซึ่งเราก็ต้องไปกรอก ภงด.90 และความจริง ภงด.90 เขาให้ทางเลือกอีกอัน เหมาจ่ายเพียงร้อยละ 0.5 ก็ได้ หลายคนไม่ทราบ ก็เลยไปหลบภาษี คนเราถ้าระบบภาษีไม่จ่าย คุณจะเอาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตได้อย่างไรและจะมีถนน มีทางด่วน มีรถใต้ดินให้นั่งได้อย่างไร

เวลามีมาตรการรัฐออกมาช่วยเหลือ อันแรกเลย บสย.ของ SME Development Bank เขาประกันเงินของคนที่ไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เกิน 1 ล้าน แต่ส่วนใหญ่ก็ให้ไม่เกิน 5 แสน 2.ไม่เกิน 5 ล้าน

แต่ของแบงก์พาณิชย์ คุณต้องมีหลักประกัน และให้เพิ่มหลักประกันเพิ่มอีก 2 เท่า แต่ไม่เกิน 40 ล้าน/ราย ถ้าคุณไม่ทำบัญชีรับจ่าย ไม่เข้าอยู่ในระบบภาษี คุณก็ไม่มีเอกสารที่น่าเชื่อถือได้ว่าคุณมีรายได้ที่เป็นจริง มีคู่ค้าที่น่าเชื่อถือได้”

ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือวินัยทางการเงิน “หลายคนเวลาผ่อนรถหรือบัตรเครดิต มักคิดว่าไม่จ่ายสัก 2 งวดก็ไม่เป็นไร ก็ติดประวัติ พอติดประวัติเวลาจะไปกู้ยืมทำธุรกิจ เขาก็จะถือเรื่องนี้ อย่างน้อยประวัติต้องจ่ายตรงไม่น้อยกว่า 6 เดือน บางแบงก์อย่างน้อยปีหนึ่งด้วยซ้ำ”

ทุกวันนี้การจะค้าขายให้มีกำไร ต้องใช้เทคโนโลยี ใช้วิทยาศาสตร์ ผลการวิจัยต่างๆ เข้าไปช่วย ต้องมีไอเดีย มีความคิดสร้างสรรค์ มีจุดขาย มีดีไซน์ แล้วบ้านเราส่วนใหญ่ของที่มีอยู่ ที่สมบูรณ์ในห่วงโซ่อุปทานก็คือสินค้าเกษตรและอาหาร ที่สำคัญคือเรื่องนวัตกรรม ที่ทำอย่างไรให้คนซื้อสามารถซื้อได้เพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนของเราลดลง

ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ให้รีบทำเกี่ยวกับ SME สิ่งแรกคือการสร้างความเชื่อมั่น เพราะมันจะบ่งบอกถึงกิจกรรมทางการค้าการขาย ถ้าทุกคนเชื่อว่าเศรษกิจจะดีขึ้น ทุกคนก็จะออกมาทำการค้า ออกมาลงทุน ออกมาจับจ่ายต่างๆ เพราะเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องของจิตวิทยา เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างไรให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า เข้ามายุคที่เรียกว่า “เดินหน้า” @


 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *