“Work From Home” ประสบการณ์จริง จาก CEO ได้ผลแค่ไหน?

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องทำงานแบบ Work From Home ซึ่งต้องมีการเตรียมระบบ ออกกฎระเบียบ ซักซ้อมพนักงานให้พร้อม และเมื่อใช้งานจริง ก็ต้องเชื่อใจและให้เกียรติกัน

สมเกียรติ อึงอารี CEO บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมการเรื่อง Work From Home โดยวันที่ 25-31 มี.ค. ได้ทดลองก่อนเป็นเฟสแรก ต้องมีการออกกฎระเบียบภายใน ต้องเตรียม Infrastructure ทั้งหมด เพราะบริษัทเป็นซอฟต์แวร์เฮ้าส์ ต้องเอาระบบต่างๆ ของบริษัทขึ้นคลาวด์ และพนักงานทุกคนต้องมีโน้ตบุ๊ก ต้องไปซ้อมมีตติ้งอยู่บ้านกันก่อน จนกระทั่งบริษัทประกาศตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. ให้ Work From Home

สมเกียรติ อึงอารี

สมเกียรติ กล่าวว่า เวลาทำงานเริ่ม 09.00 น. แต่ไม่ได้หมายความว่า 09.00 น. จะต้องเห็นหน้าลูกน้อง 70 คน เพราะตนบริหารเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เล็กๆ จะมานั่งดูว่าแต่ละเรื่องใครควรทำอะไร

ก็จะตั้ง agenda แล้วทำแมปไทม์ไลน์ร่วมกันเล็กน้อย แล้วใช้ Zoom Meeting เฉพาะจุดที่ยังกังวล เพราะเราต้องบริหารด้วยการให้เกียรติกัน เพราะถ้าเราไม่ให้เกียรติกัน ไม่เชื่อใจกันก็จะพังหมด

Work From Home ในช่วงวันที่ 25-31 มี.ค. 5 วันแรก รู้สึกได้เลยว่าพนักงานบริษัทแอคทีฟขึ้นเกือบ 200% เหมือนเขาตื่นเต้นกับกิจกรรมใหม่ แต่สิ่งที่ยากขึ้นคือเฟส 2 วันที่ 1-30 เม.ย. เพราะจำนวนวันเยอะขึ้น การคุยหรือการตั้ง agenda ต้องเป็นสิ่งที่เขามีรีเทิร์นร่วมกับองค์กร พาร์ตเนอร์ได้รับประโยชน์ ลูกค้าได้รับประโยชน์

เพราะฉะนั้นตรงนี้คือชาเลนจ์ตั้งแต่ซีอีโอ ซีเอฟโอ เมเนเจอร์แต่ละฝ่าย สต๊าฟแต่ละคน ในอดีตตนเองบริหารแบบให้หัวหน้างานเป็นลีดเดอร์โดยตรง แต่ช่วง Work From Home ตนได้รู้จักพนักงานเกือบ 70 คน เห็นศักยภาพหลายๆ เรื่องของน้องๆ ซึ่งในอดีตเราไม่มีเวลาเข้าไปดูแลเขา

Work From Home ใจคุณต้องนิ่งสงบกลางพายุ ถ้าคุณเป็นเจ้านาย แล้วใจคุณไม่นิ่ง กังวลแต่ค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายเงินเดือนเขา แล้วก็กลับมาดูพฤติกรรมพนักงานได้ เวลาผมทำ ผมไม่ได้มองคำว่า Trust ผม assign งาน เพราะ Zoom Meeting ทุกคนก็ต้องเปิดโชว์ให้ผมดู ผมเห็นว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังทำ เขามีความทุ่มเทอยู่แล้ว มันอาจเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งตรงนี้สำคัญกว่า และสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทุกคนกลัวตกงาน กลัวสูญเสียงานอยู่แล้ว เขารอคำสั่งนายอยู่แล้ว เขาจะรีบทำทันที บางทีเขาทำเกินที่ผมคาดหมายเสียอีก”

สมเกียรติ กล่าวว่า การทำ Zoom Meeting ก็สามารถเซฟได้ ทำให้อีกทีมสามารถมานั่งเปิดรีวิวได้ และบริษัทตนเองใช้กูเกิลฟอร์มทำข้อสอบ ซึ่งเราสามารถวัดผล ประเมินผลได้ด้วย และเชื่อว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 หรือนับจากนี้ไป ลูกค้าจะมีความคาดหวังที่สูงมาก ถ้าทีมเราไม่พัฒนาตัวเองขึ้นมาให้ถึงจุดนั้น ในอนาคตทีมของคุณก็จะแพ้ เมื่อเราเป็นซีอีโอเราต้องมีโรดแมปข้างหน้าชัดขึ้นมากๆ ว่าถ้าจะทรานส์ฟอร์มตัวเราเอง จะต้องทำอะไรบ้าง เวลาที่คุยกับทีม ตนจะใช้คำว่า Inside Out กับ Outside In

คำว่า Inside Out คืออะไรที่เราทำได้ เราก็ทำเลย ทำเยอะๆ ทำสัก 70% ส่วน Outside In คือ โควิด-19 มันอยู่นอกเหนืออำนาจเรามาก เราทำได้แค่ Save Thailand ทำได้แค่ Work From Home แต่เราไปเปลี่ยนโควิด-19 ไม่ได้ ดังนั้น ก็รับฟังข่าวไปสัก 30% ไม่ใช่ไปรับฟังข่าว 70% แล้ว Inside Out แค่ 30% มันน้อยไป

ในช่วง Work From Home มีประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยในธุรกิจเช่าซื้อ ธุรกิจเงินกู้ ให้พักชำระหนี้ ตรงนี้ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ผ่อน ได้รับการผ่อนผัน 6 เดือน ส่วนผู้เสียผลประโยชน์คือลูกค้าของตนเอง ผู้ปล่อยกู้ ผู้ให้เช่าซื้อ แล้วโปรแกรมที่เราเขียนไม่ได้รองรับเรื่องการพักชำระหนี้

เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งเขียนทั้งวันทั้งคืน เป็นงานที่สำคัญเร่งด่วน ไม่ใช่การได้รายได้จากลูกค้า แล้วลูกค้ากลุ่มนี้ของตนกลุ่มสายลูกค้าเช่าซื้อมีเกือบ 300 บริษัท ที่เขาต้องใช้ระบบนี้ด้วย เราก็ต้องมานั่งคิดอัพเกรดในราคาที่ต่ำติดดินเลยเพื่อช่วยเขา ทีมของตนต้องทำเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งตอนนี้ทำเสร็จแล้ว

สมเกียรติ กล่าวว่า เวลาเราดีไซน์แอปพลิเคชั่น เราไม่ได้ดีไซน์แค่ช่วงพักชำระหนี้ แต่เราดีไซน์ไปจนถึงเมื่อหมดรอบพักชำระหนี้ มันจะเป็นอบ่างไรต่อ ต้องส่งเอสเอ็มเอสไปเตือนเขาหรือไม่ หรือทำอย่างไรให้มีการติดต่อกัน ตอนนี้ตนเองมีเวลาเยอะขึ้น ก็จะเสิร์ชกูเกิล ดูเรื่องใหม่ๆ ว่า Product globalization เขาเป็นอย่างไร ก็เอามาเปรียบเทียบให้ทีมดู มาคิดสร้างสรรค์เพิ่ม และต่อไปอาจใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อไปทำตลาดต่างประเทศได้  @

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *