ค่ายรถยกทัพร่วม”มอเตอร์โชว์2022” คาดเงินสะพัดกว่า 3 หมื่นล้าน

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดงานยิ่งใหญ่ ค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำกว่า 35 แบรนด์ เข้าร่วมจัดแสดงบนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตรของชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 ค่ายรถ ยกขบวนกองทัพรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 20 รุ่น พร้อมจัดเต็มพื้นที่โซน EV Smart City เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ และจัดเตรียมมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

​งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “KEEP MOVING FORWARD TOGETHER” เพื่อสื่อถึงประสบการณ์สร้างการเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาสรรค์สร้างแรงบันดาลใจในการเปิดประตูบานใหม่ๆ เพื่อการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เปรียบเทคโนโลยีแห่งโลกยานยนต์ที่ไม่เคยมีวันหลับใหล กลั่นกรองผลิตผลแนวความคิดที่ทันยุคสมัย และความแปลกใหม่ให้กับโลกใบนี้ ทุกๆ การก้าวเดินไปข้างหน้าย่อมมีอุปสรรคอยู่บนหนทางที่ก้าวเดิน และแสงสว่างแห่งความสำเร็จจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมแรงร่วมใจ มาร่วมมือกันสร้างความสำเร็จ ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2565 เริ่มกลับมาตั้งหลัก และฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากต้องเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี โดยในปีนี้หน่วยงานภาครัฐประเมินว่าการผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นหากเทียบกับปีที่ผ่านมา หลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง”

​

“ในเวลาเดียวกันอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในสู่เทคโนโลยีขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนของการผลิตเพื่อใช้งานภายในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออกสู่ทั่วโลกในอนาคต ทำให้จะเป็นอีกครั้งที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น รวมทั้งโซนพิเศษเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต บนพื้นที่จัดแสดงรวม 170,960 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ คืองานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ปราจิน กล่าว

ภายในงานปีนี้จะมีการนำเสนอโซน EV Smart City เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ที่ล้ำสมัย ตอบรับเทรนด์ของผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยที่สนใจเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

โดยมีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) และระบบขับเคลื่อนปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) จำนวน 8 รุ่นจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง BMW, Great Wall Motor, MG, MINI, Mitsubishi Motors, Nissan, Porsche และ Volvo รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อแนะนำข้อมูล และให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในงานอีกด้วย

​

นอกจากนี้บริษัทอรุณ พลัส (Arun+) ในเครือปตท. จะเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนอแพล็ตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่, อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า และนำเสนอธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าบนพื้นที่จัดแสดงมากกว่า 1,085 ตารางเมตร

​นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ของการจัดงานในปีนี้ว่า “สำหรับการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 นับเป็นปีแห่งรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าภายในงานมากกว่า 20 รุ่น รวมทั้งการเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรกของบริษัทอรุณพลัส ในเครือของปตท. เพื่อนำเสนออนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเสมือนจริง Metaverse จากการร่วมมือกับบริษัทฟินน์ โซลูชั่น เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ในงานปีนี้สามารถเลือกรถยนต์ และทดลองขับในรูปแบบ Interactive ผ่านทางโทรศัพท์มือถือส่วนตัวซึ่งถือเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชมงานของเรา”

​

“การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทางผู้จัดงานฯ มีการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบริษัทรถยนต์, บริษัทรถจักรยานยนต์ และบรรดาพันธมิตรต่างๆ ที่จะช่วยทำให้การจัดงานประสบความสำเร็จดั่งเช่นทุกปี เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศจากการมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 12 วันของการจัดงาน”

​ในส่วนของมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัย การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ผ่านการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว (Amazing Thailand Safety and Health Administration: SHA) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งขอความร่วมมือจากทางสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อตั้งจุดคัดกรองผู้เข้าชมงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

โดยจะต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 2 เข็ม ซึ่งการจัดงานในปีนี้ทางผู้จัดงานฯ ได้มีการยกระดับมาตรการเพื่อให้ทุกบริษัทที่เข้าร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงานทุกท่านมั่นใจในความปลอดภัยตลอดการเข้าชมงาน

​

นอกจากนี้ในส่วนของผู้ที่สนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ต ผู้จัดงานฯ มีการจัดแสดงรถแข่งฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ก จากการแข่งขัน Honda City Hatchback One Make Race, โซนกิจกรรมดิจิตัล มอเตอร์สปอร์ต GP e Racing, บูธ Grand Prix Motor Park และโซนขายของที่ระลึก ROD ที่จะมีทั้งสินค้าออริจินัล-ลิมิเต็ดมาจำหน่ายให้กับผู้เข้าชมงานได้เลือกซื้อ

​

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า “การแข่งขันรถยนต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทกรังด์ปรีซ์ มาโดยตลอด ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดการแข่งขัน Honda City Hatchback One Make Race ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งมีการกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งผู้เข้าแข่งขัน และผู้ชม

รวมทั้งการขยายธุรกิจไปสู่ดิจิตัล มอเตอร์สปอร์ต กับการจัดแข่งขัน GP e Racing ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2562 รวมทั้งการบริหาร Grand Prix Motor Park แลนด์มาร์คของการจัดกิจกรรมกลางแจ้งแบบครบวงจรในจังหวัดกาญจนบุรี และการนำเสนอสินค้าที่ระลึก ROD ที่จัดทำขึ้นพิเศษเพื่อจำหน่ายเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปีนี้”

​นอกจากนี้ทางผู้จัดงานฯ มีการจัดทำแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI เพื่อใช้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับผู้ถือบัตรอภินันทนาการ รวมทั้งสามารถใช้ค้นหาบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ โปรโมชั่นจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ ราคารถยนต์ และรีวิวรถยนต์รุ่นล่าสุด

 

​นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านผลิตสื่อ บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 กล่าวว่า “นับตั้งแต่เริ่มต้นให้บริการแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI ในปี 2562 ทีมงานได้มีการพัฒนาแอปพลิชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากเพื่อใช้อำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

แอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI ได้เพิ่มบริการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ทั้งข้อมูลศูนย์บริการ อู่ซ่อมรถ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การค้นหาข้อมูล แนะนำการดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งรวบรวมโปรโมชั่นของบริษัทรถยนต์ไว้อย่างครบถ้วนเพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาในหลายเว็บไซต์เหมือนในอดีต เพียงเข้ามาใน Car Buddy by GPI แอปพลิเคชั่นเดียวเท่านั้น”

​

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท ลุ้นสิทธิ์ชิงรางวัลรถยนต์ MG EP Plus, ORA Good Cat (400 Tech),

รถจักรยานยนต์ Kawasaki W175, รถจักรยานยต์ Honda Super Cub , รถจักรยานยนต์ Yamaha GT125, และรถจักรยานยนต์ Suzuki Smash 115 FI พร้อมของรางวัลที่ระลึกจากผู้จัดงานฯ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 2,940,370 บาท

เพียงตอบคำถามจากการสแกนคิวอาร์โค้ดด้านหลังบัตร รวมทั้งลุ้นรับรถยนต์ Ford Ranger Open Cab 2.2 XL+ 4×2 HR MT (Sport Pack) มูลค่า 692,000 บาท สำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงาน


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *