คอลัมน์: สื่อสารการตลาดตามใจฉัน โดย อ.ลี บราลี ที่ปรึกษาธุรกิจสร้างภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารการตลาด
สวัสดีค่ะ วันนี้อยากชวนคุยเรื่องหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจหลายคนมองข้าม ทั้งที่มันคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ นั่นคือ “กระแสเงินสด” หรือเงินสดที่ไหลเข้าไหลออกจริง ๆ ในแต่ละวัน
หลายคนอาจสงสัยว่า ธุรกิจมีกำไรอยู่แล้ว ทำไมยังต้องกังวลเรื่องเงินสด คำตอบคือ กำไรกับเงินสดเป็นคนละเรื่องกันค่ะ ธุรกิจสามารถมีกำไรในบัญชี แต่ไม่มีเงินสดพอจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือค่าเช่าในเดือนนั้นก็ได้ เพราะเงินที่ควรจะได้ยังค้างอยู่ในมือลูกค้าที่ยังไม่จ่าย หรือเงินไปจมอยู่ในสต๊อกสินค้าที่ยังขายไม่ออก นี่คือกับดักที่ทำให้ธุรกิจดี ๆ หลายรายต้องปิดตัวลงทั้งที่ตัวเลขกำไรยังเป็นบวก
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับทุกธุรกิจ
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ธุรกิจรับเหมา หรือธุรกิจให้บริการ ทุกกิจการล้วนมีจังหวะเงินเข้าเงินออกที่ไม่ตรงกัน บางเดือนขายดีแต่ลูกค้ายังไม่จ่าย บางเดือนต้องซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าก่อนจะขายได้ ถ้าเราไม่รู้จังหวะเหล่านี้ล่วงหน้า เราจะรู้ตัวอีกทีตอนเงินในบัญชีใกล้หมด ซึ่งมักจะสายเกินไปที่จะแก้ปัญหาแบบใจเย็น ๆ แล้ว
3 วิธีง่าย ๆ ที่ลงมือทำได้ทันที
หนึ่ง คือทำ “ตารางเงินสด” ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ไม่ต้องซับซ้อน แค่เปิดตารางในมือถือหรือกระดาษก็ได้ จดว่าเดือนนี้คาดว่าจะมีเงินเข้าเท่าไหร่ จากไหนบ้าง และเงินออกเท่าไหร่ ไปกับอะไรบ้าง ทำแบบนี้ทุกเดือนแล้วเราจะเห็นล่วงหน้าว่าเดือนไหนจะ “เงินตึง” และมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่จะสาย
สอง คือเร่งเก็บเงินจากลูกค้าให้เร็วขึ้น ถ้าธุรกิจของเราให้เครดิตลูกค้า 30 วัน 60 วัน ลองพิจารณาว่าลดเหลือ 15-30 วันได้ไหม หรือให้ส่วนลดเล็กน้อยถ้าลูกค้าจ่ายเร็ว เช่น จ่ายภายใน 7 วันลด 2% วิธีนี้ช่วยให้เงินสดหมุนกลับเข้ามาเร็วขึ้นโดยไม่ต้องกู้ใครเลย ในทางกลับกัน กับซัพพลายเออร์ของเราเอง ก็ลองเจรจาขอยืดเวลาชำระออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้เงินอยู่ในมือเรานานขึ้น
สาม คืออย่าปล่อยให้สต๊อกสินค้าจมเงินมากเกินไป สต๊อกที่กองอยู่ในโกดังคือเงินสดที่แข็งตัว ลองสำรวจว่ามีสินค้าค้างสต๊อกนานเกินไปหรือไม่ ถ้ามีให้รีบระบายออกแม้จะต้องลดราคาบ้าง เพราะเงินสดที่ได้กลับมาเอาไปหมุนต่อได้ดีกว่าเก็บสินค้าไว้เฉย ๆ
กันเงินสำรองไว้เสมอ
นอกจากบริหารเงินเข้าเงินออกให้ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” อย่างน้อย 1-3 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เผื่อไว้สำหรับเดือนที่ยอดขายตกกะทันหันหรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดฝัน เงินก้อนนี้ไม่ควรเอาไปลงทุนต่อหรือใช้หมุนธุรกิจ ให้แยกบัญชีไว้ต่างหากเลยจะดีที่สุด เพราะเวลาธุรกิจสะดุด สิ่งที่ช่วยให้เราตั้งหลักได้ทันคือเงินสดที่หยิบใช้ได้จริง ไม่ใช่ทรัพย์สินหรือสต๊อกที่ต้องรอเวลาแปลงเป็นเงิน
สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย
กำไรบอกว่าธุรกิจเราไปถูกทาง แต่เงินสดบอกว่าธุรกิจเราจะอยู่รอดถึงพรุ่งนี้ไหม เพราะฉะนั้นอย่าดูแค่ตัวเลขกำไรขาดทุนปลายเดือน ให้ติดตามเงินสดในมือทุกสัปดาห์ วางแผนล่วงหน้า เร่งเก็บเงินจากลูกค้า ยืดเวลาจ่ายให้ซัพพลายเออร์อย่างสมเหตุสมผล ไม่ปล่อยให้สต๊อกจมเงิน และมีเงินสำรองไว้เสมอ ทำแบบนี้สม่ำเสมอ ธุรกิจของเราจะแข็งแรงและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจค่ะ
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกธุรกิจมักทำ แต่ถ้าเป็นรายย่อยที่เพิ่งตั้งต้นมาใหม่ๆ บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณค่ะ









