คอลัมน์: สื่อสารการตลาดตามใจฉัน โดย อ.ลี บราลี ที่ปรึกษาธุรกิจสร้างภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารการตลาด
ช่วงที่ผู้เขียนกำลังเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ ประชาชนทั่วประเทศเพิ่งสะดุ้งจากราคาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาท ไม่นับสินค้าต่างๆ ที่ดาหน้าขึ้นราคากันแบบเงียบๆ ไม่ได้บอกใคร จะรู้ก็ตอนจ่ายเงินเช่นพวกอาหารการกิน ที่เคยซื้อราคานี้ ตอนนี้ซื้อไม่ได้แล้ว จะด้วยสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุสที่เป็นเส้นทางการเดินเรือขนส่ง ทำให้สินค้าวัตถุดิบต่างๆไม่สามารถจัดส่งได้เหมือนเดิมแน่นอนผลกระทบตามมา จากที่มาคร่าวๆ นี้ ทุกคนจะพบว่า เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา วัดสกิลการเอาตัวรอดอย่างมาก ว่าแล้วก็เอาไอเดีย 5 อย่าง ที่น่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดในยุคที่อะไรๆ ก็ขึ้นราคากันเกือบหมด
1.บริหารกระแสเงินสดให้เหมือน “ออกซิเจน”
ในวันที่ต้นทุนพุ่งสูง สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การเร่งยอดขายเสมอไป แต่คือการกลับมาดู “รูรั่ว” ของเงินในกระเป๋า ยุคนี้เงินสดคือพระเจ้า (Cash is King)
- ลองสำรวจดูว่า: มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เป็น “ไขมันส่วนเกิน” บ้างไหม? เช่น ค่าเช่าโกดังที่ใหญ่เกินจำเป็น หรือการสต็อกของที่หมุนเวียนช้า
- ไอเดีย: เปลี่ยนจากเน้น “กำไรก้อนใหญ่” มาเป็น “เงินสดหมุนเวียนที่สม่ำเสมอ” อะไรที่แปลงเป็นเงินสดได้เร็วที่สุดให้โฟกัสที่ตรงนั้นก่อน
2.เลิกแข่งที่ “ราคา” แต่มาเน้นที่ “คุณค่า” (Value)
เมื่อทุกคนกำลังรัดเข็มขัด การลดราคาสู้จะทำให้เราตายไปพร้อมกับกำไรที่หายไปค่ะ ลูกค้าไม่ได้ต้องการของถูกที่สุดเสมอไป แต่เขาต้องการของที่ “คุ้มค่าที่สุด” กับเงินที่เขาเสียไป
- ไอเดีย: แทนที่จะลดราคา ลองเพิ่ม “บริการที่ทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น” เช่น การรับประกันที่ยาวกว่าเดิม, การให้คำปรึกษาหลังการขายแบบ Exclusive หรือการทำแพ็กเกจที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มจริงๆ (Niche Market) ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “จ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่จบและสบายใจกว่า”
3.กระจายความเสี่ยงอย่าพึ่งพิง “ขาเดียว”
ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกสอนให้เรารู้ว่า การมีแหล่งรายได้เดียวหรือการพึ่งพาซัพพลาย
เออร์เจ้าเดียวคือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
- ไอเดีย: ลองมองหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง หรือช่องทางการขายใหม่ๆ เช่น ถ้าเคยขายหน้าร้านอย่างเดียว ต้องมาออนไลน์ ถ้าเคยขายออนไลน์ที่เดียว ต้องหาพาร์ทเนอร์ และที่สำคัญคือ “อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” ทั้งในแง่ของสินค้าและคู่ค้าค่ะ
4.ใช้Data และเทคโนโลยีเป็น “เข็มทิศ”
ยุคนี้เราจะใช้ “สัญชาตญาณ” อย่างเดียวไม่ได้แล้วนะคะ การมีข้อมูลในมือจะช่วยให้เราตัดสินใจพลาดน้อยลง
- ไอเดีย: ไม่ต้องไปใช้ระบบแพงๆ ก็ได้ค่ะ แค่ลองเก็บข้อมูลว่า ลูกค้าที่มาหาเราบ่อยที่สุดคือใคร? เขาชอบอะไร? ช่วงเวลาไหนที่ยอดขายตก? แล้วนำข้อมูลนั้นมาปรับการบริหารจัดการ เช่น การบริหารสต็อกสินค้าตามความต้องการจริง หรือการทำตลาดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Marketing) เพื่อไม่ให้งบการตลาดละลายหายไปกับแม่น้ำ
5.ดูแล “คน” และ “ความสัมพันธ์” ให้เหนียวแน่น
ในวันที่ทุกอย่างตึงเครียด “กำลังใจ” คือสิ่งสำคัญ ทั้งตัวเรา ทีมงาน และลูกค้า
- ภายใน: คุยกับพนักงานให้บ่อยขึ้น ให้เขารู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และร่วมกันหาทางออก ทีมที่แข็งแกร่งจะช่วยพาธุรกิจรอดพ้นวิกฤตได้
- ภายนอก: รักษาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และลูกค้าเก่าให้ดีที่สุด ในยามลำบาก “มิตรภาพ” อาจหมายถึงการได้รับการยืดระยะเวลาชำระหนี้ หรือการที่ลูกค้ายังคงอุดหนุนเราเพราะความเชื่อใจ
และนี่คือบทสรุปสำหรับเจ้าของธุรกิจ: > โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การอยู่รอดไม่ใช่เรื่องของ “คนที่แข็งแกร่งที่สุด” แต่เป็นเรื่องของ “คนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด” ต่างหาก ขอเพียงเรามีสติ บริหารทรัพยากรที่มีให้อย่างคุ้มค่า และรักษาความน่าเชื่อถือเอาไว้ให้มั่น ธุรกิจของคุณจะผ่านพายุนี้ไปได้อย่างแน่นอน









