กาแฟคั่วไฮโดรเจน ยูซีซีผลิต เซเว่นฯ ขาย

กว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟคั่วกลิ่นหอมๆ นั้น ไม่ง่ายเลย การคั่วกาแฟไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์หรือแบบโฮมโรสติ้ง จะต้องใช้พลังงานความร้อนจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เครื่องคั่วทำงาน เช่น ถ่านไม้,แก๊ส,ไฟฟ้า หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ รวมไปถึงไฮโดรเจนที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ในวงกว้างมากนัก แต่ล่าสุดมีบริษัทกาแฟรายใหญ่จากญี่ปุ่น ใช้ไฮโดรเจนเป็นพลังงานสำหรับคั่วกาแฟ แล้วนำไปเปิดตลาดตามร้านสาขาเซเว่น-อีเลฟเว่น ทั่วแดนซามูไร

เดือนเมษายนที่ผ่านมา “ยูซีซี อูเอะชิม่า คอฟฟี่” (UCC Ueshima Coffee) ออกข่าวเคลมว่า  บริษัทกลายเป็นแบรนด์กาแฟแรกในโลกที่ประสบความสำเร็จในการผลิตกาแฟคั่วไฮโดรเจนจำนวนมากออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ภายใต้แบรนด์ คอฟฟี่ สไตล์ ยูซีซี (Coffee Style UCC)  มีการทุ่มงบพัฒนาเทคโนโลยีไปประมาณ 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อติดตั้งเครื่องคั่วกาแฟไฮโดรเจนขนาดใหญ่

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ยูซีซีจับมือกับ “เซเว่น คาเฟ่” (Seven Café) จำหน่าย”กาแฟดำ”จากเครื่องชงอัตโนมัติ ใช้เมล็ดกาแฟคั่วที่มีไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงในการคั่ว ซึ่งพัฒนาโดยยูซีซี เป้าหมายคือผสานเครื่องดื่มกาแฟรสชาติดีๆให้เข้ากับความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ระหว่างการสกัดกาแฟจะมีวิดีโอสั้นๆ แนะนำแนวคิดและคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์นี้ด้วย

กาแฟคั่วพลังไฮโดรเจน พัฒนาและผลิตโดย ยูซีซี อูเอะชิม่า คอฟฟี่ จำหน่ายตามร้านสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วญี่ปุ่น ภาพ : 7 Eleven

“กาแฟคั่วไฮโดรเจน” ขายกันในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในราคาแก้วละ 149 เยน รวมภาษีด้วยก็ตกแก้วละ 160 เยน คิดเป็นเงินบาทก็ราว 33 บาทต่อแก้ว ถือว่าสูงกว่าราคากาแฟขั้นต่ำในสะดวกซื้อแห่งนี้อยู่เล็กน้อย

ผู้เขียนเห็นว่าราคาขนาดนี้ก็โอเคนะ เมื่อเทียบกับที่หลายคนไม่เคยดื่มกาแฟจากเมล็ดกาแฟที่คั่วโดยใช้พลังงานไฮโดรเจนมาก่อน ปกติที่เคยดื่มกันก็ใช้แก๊สหรือไฟฟ้าในการคั่วกาแฟ ถ้าย้อนยุคไปสักหน่อยก็จะเป็นถ่านไม้

คนไทยค่อนข้างคุ้นเคยเป็นอย่างดีสำหรับยูซีซี อูเอะชิม่า ซึ่งถือเป็นแบรนด์กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1933 โดยทาดาโอะ อูเอะชิมะ เจ้าของสมญา “บิดาแห่งกาแฟญี่ปุ่น” ยูซีซีมีผลิตภัณฑ์กาแฟหลากหลายรูปแบบ ทั้งกาแฟสำเร็จรูป, กาแฟคั่ว, กาแฟดริป, แคปซูลกาแฟ, และกาแฟพร้อมดื่ม  นอกจากนั้นยังเปิดร้านกาแฟแบบมีหน้าร้านในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ส่วนเซเว่น คาเฟ่ เป็นแบรนด์ร้านกาแฟสดในเครือเซเว่น-อีเลฟเว่น เปิดตัวมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2013 ปกติขายเครื่องดื่มกาแฟในราคาแก้วละ  140 เยนไปจนถึง 350 เยน ขึ้นอยู่กับขนาดแก้วและชนิดของเมล็ดกาแฟ

ปกติโรงคั่วกาแฟส่วนใหญ่จะใช้แก๊สหรือไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงหลักในการให้ความร้อน ส่วนเครื่องคั่วกาแฟที่ใช้ถ่านไม้มีลดน้อยลงทุกขณะซึ่งก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจุบันโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่แทบไม่มีใครใช้ถ่านไม้อีกแล้ว แต่ก็มีบางที่ต้องการรักษากลิ่นรสของกาแฟที่คั่วไฟแบบดั้งเดิมอยู่ เช่น ยูซีซี มีกาแฟตัวหนึ่งเรียกว่า “เดอะเบลนด์ ซูมิยากิ” คั่วโดยใช้ใช้ถ่านไม้เนื้อแข็งของญี่ปุ่น และล่าสุดยูซีซีฯ โดดมาทำตลาดกาแฟคั่วอีกแนวเพื่อส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พนักงานเซเว่น อีเลฟเว่น กับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ขายกาแฟคั่วไฮโดรเจนของยูซีซี ภาพ : 7 Eleven

ตอนที่แถลงข่าวเปิดตัวกาแฟคั่วไฮโดรเจน ผู้บริหารยูซีซีฯบอกว่า เทคโนโลยีการคั่วกาแฟโดยใช้ไฮโดรเจนได้รับการพัฒนาโดยยูซีซี มีการติดตั้งไว้ที่โรงงานฟูจิ ในชิซูโอกะ ผลิตโดยบริษัทไฮโดรมาสเตอร์

ส่วนรูปแบบการคั่วกาแฟด้วยไฮโดรเจน จะใช้อุณหภูมิต่ำคงที่ และคั่วช้ากว่าปกติ ช่วยดึงเอาความหวานและกลิ่นหอมผลไม้ตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟออกมา นอกจากเป็นแนวทางการผลิตกาแฟที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพราะปราศจาก “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ระหว่างการคั่วแล้ว ยังช่วยระงับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ให้รสชาติที่สดชื่น และลดความขมลง

ฮิโรชิ ชิบาตานิ ประธานของยูซีซี อธิบายว่า การคั่วกาแฟด้วยไฮโดรเจนช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำกว่าการคั่วแบบเดิมที่ใช้แก๊สมาก สามารถปลดล็อกศักยภาพของเมล็ดกาแฟได้อย่างเต็มที่

ส่วนโทโมฮิโระ อะคุสึ ประธานเซเว่น-อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น บอกว่า การตัดสินใจเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงรสชาติที่โดดเด่นอีกด้วย

เมล็ดกาแฟคั่วไฮโดรเจนมาบรรจุถุงจำหน่ายบนเว็บไซต์ของยูซีซี ในภาพเป็นกาแฟเอธิโอเปีย เยอร์กาเชฟฟ์ ภาพ : ucc.co.jp

สำหรับผู้บริโภคแล้ว จะรู้สึกโอเคมากๆ หากผู้ผลิตนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ดีขึ้น อย่างวิธีการทำงานของเครื่องคั่วกาแฟโดยไฮโดรเจนซึ่งถ้าเป็นสินค้าก็ถือว่าเป็น “สินค้าใหม่” ผู้บริโภคต้องการข้อมูลในเชิงลึก ซึ่งทั้งเว็บไซต์ของยูซีซี และเซเว่น-อีเลฟเว่น ทำกราฟฟิกอธิบายไว้อย่างรายละเอียด

ในอนาคตถ้าผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นอีก จะต้องลองแวะชิมกาแฟคั่วจากไฮโดรเจนในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ให้ได้ อยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นไปตามที่เจ้าของกาแฟเคลมไว้หรือไม่ อยากรู้ว่าจะสดชื่นมากน้อยขนาดไหน

ก่อนหน้าการแถลงข่าวเปิดตัวกาแฟคั่วไฮโดรเจนที่ร้านเซเว่นฯอย่างเป็นทางการ ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ยูซีซีฯ ได้จัดงานมินิอีเว้นท์ ตั้งชื่อว่า Mirai Coffee Experience แปลเป็นไทยก็ประมาณ “ประสบการณ์กาแฟแห่งอนาคต” เพราะมิไร เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอนาคต โดยงานนี้จัดขึ้นถึง 3 วันด้วยกันที่กรุงโตเกียว เพื่อโปรโมตกาแฟคั่วไฮโดรเจนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จริงๆแล้วตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ยูซีซีฯ เริ่มนำเมล็ดกาแฟคั่วไฮโดรเจนมาบรรจุถุงจำหน่ายบนเว็บไซต์ของบริษัท ถุงหนึ่งก็มีปริมาณ 200 กรัม ราคา 5,400 เยน หรือราว 1,100 บาท เป็นกาแฟ “เอธิโอเปีย เยอร์กาเชฟฟ์” เกรด 1 ซึ่งถือว่าเป็นกาแฟที่มีชื่อเสียงด้านรสชาติตัวหนึ่งของโลก นอกจากนั้น ยังมีกาแฟอีกหลายแห่งที่จำหน่ายในรูปแบบอื่นๆ เช่น กาแฟพร้อมดื่มบรรจุขวด และกาแฟดริปแบบฉีกซองที่บ้านเราถนัดเรียกว่าดริปแบ็ก

โตโยต้า มอเตอร์ จับมือกับยูซีซี ร่วมพัฒนาสูตรกาแฟคั่วไฮโดรเจน ฉลองครบรอบ 70 ปี ของรถยนต์โตโยต้า คราวน์ ภาพ : youtube.com/@toyotatimesglobal6935

เครื่องคั่วกาแฟพลังไฮโดรเจนได้รับความสนใจจากค่ายรถยนต์ “โตโยต้า มอเตอร์” จนนำไปสู่จับมือกับยูซีซี เมื่อต้นเดือนตุลาคมปีนี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาสูตรกาแฟคั่วไฮโดรเจนแบบดั้งเดิม เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีของรถยนต์โตโยต้า คราวน์  ก่อนที่โตโยต้าจะนำเมล็ดกาแฟบรรจุถุงไปวางจำหน่ายยังโชว์รูม 6 แห่ง

พูดถึงการคั่วกาแฟโดยใช้ไฮโดรเจนเป็นพลังงาน ไม่ใช่ยูซีซีฯเจ้าเดียวนะที่ลงมือทำ มีคนคิดโปรเจ็กต์ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญมีเจ้าใหญ่ผลิตเครื่องคั่วกาแฟพลังไฮโดรเจนขายกันแล้วด้วย

สิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า “ทีเอสบี กรีนเนคส์” (TSB Greennecks) ธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมจากญี่ปุ่น ได้เปิดตัวโครงการกาแฟคั่วไฮโดรเจนขึ้นในประเทศลาว ซึ่งเป็นโครงการคั่วเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ใช้ไฮโดรเจนสะอาดจากพลังงานน้ำ มีเงินลงทุนราว 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลลาวกับบริษัทอีก 8 แห่ง มีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ให้การสนับสนุน ตั้งเป้ากำลังผลิต 3,000 ตันต่อปี เตรียมจัดจำหน่ายในลาวและในต่างประเทศ

โฉมหน้าเครื่องคั่วกาแฟเชิงพาณิชย์ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนในโรงงานของยูซีซี ผลิตโดยบริษัทไฮโดร มาสเตอร์ ภาพ : ucc.co.jp

ในแวดวงคอฟฟี่ โรสเตอร์ส ทั่วโลก คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “โพรแบต” (Probat) บริษัทผลิตเครื่องคั่วกาแฟระดับตำนานแห่งนี้

ปลายปีค.ศ. 2022  โพรแบต แห่งเยอรมนี ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 150 ปี จัดงานเปิดตัวเครื่องคั่วกาแฟพลังงานไฮโดรเจนรุ่นแรกของบริษัทเป็นครั้งแรกที่เยอรมนี โดยรูปลักษณ์ภายนอกของเครื่องคั่วตัวนี้เหมือนกับเครื่องคั่วแบบใช้แก๊สหรือใช้ไฟฟ้า แต่กลไกการทำงานภายในตัวเครื่องต่างกันออกไป เริ่มเปิดให้มีการสั่งจองสั่งซื้อตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 เป็นต้นมา

เครื่องคั่วกาแฟไฮโดรเจนเครื่องแรกในสวิตเซอร์แลนด์ ของโรงคั่วเบเลม คาเฟ่ โรสเตอรี ผลิตโดยบริษัทโพรแบต ภาพ : facebook.com/probatgroup

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “เบเลม คาเฟ่ โรสเตอรี” (Belem Cafe Rosterei) โรงคั่วกาแฟจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เริ่มใช้เครื่องคั่วกาแฟพลังงานไฮโดรเจนเครื่องแรกในสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ซึ่งเครื่องคั่วตัวนี้เป็นรุ่น P25 ผลิตโดยบริษัทโพรแบต

ปัจจุบัน เทคโนโลยีไฮโดรเจนยังมีราคาสูง ทั้งในส่วนของเครื่องคั่วและแหล่งพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ราคากาแฟปรับตัวสูงขึ้นตามเทคโนโลยี แต่เมื่อยูซีซี ผลิตเมล็ดกาแฟคั่วโดยใช้ไฮโดรเจนออกมาป้อนตลาด ส่วนโพรแบตก็ทำเครื่องคั่วกาแฟพลังงานทางเลือกนี้ออกจำหน่ายแล้วหลายรุ่นด้วยกัน

ก็น่าสนใจครับว่า นับจากนี้ไป กาแฟคั่วไฮโดรเจน จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมากน้อยขนาดไหน


facebook : CoffeebyBluehill

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *