คะตะลิสต์ (CATALYST) เปิดยุทธศาสตร์สร้างโลกที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับสุขภาพคนไทยและอุตสาหกรรมอาหารสู่ระดับโลก

บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด (CATALYST) วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ก่อตั้งในปี 2563 ประกาศเดินหน้าบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวเร่ง” การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและภาคธุรกิจ ด้วยการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainability Business Solution) ซึ่งผสานความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ากับยุทธศาสตร์การจัดการสมัยใหม่ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้าง “Blue Zone” หรือพื้นที่อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย เตรียมจัดงานสัมมนาออนไลน์ระดับนานาชาติ “International Symposium on NCD SMART Food 2026” ในวันที่ 7 เมษายน 2569 ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

นายแพทย์วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด กล่าวถึงที่มาของการก่อตั้ง คะตะลิสต์ว่า “ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2562 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) อาทิ โรคมะเร็ง เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง และโรคหัวใจ คือสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยถึง ร้อยละ 74 หรือประมาณ 400,000 คนต่อปี งบประมาณที่ต้องใช้ในการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง 139,000 ล้านบาทต่อปี ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการสูญเสียความสามารถในการทำงานสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ดี เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกายเป็นต้น

ในขณะที่ปัญหาไม่ได้จบที่สุขภาพมนุษย์ ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่าภาคปศุสัตว์ผลิตก๊าซเรือนกระจกถึง 14.5% ของการปล่อยก๊าซทั้งโลก และก๊าซมีเทนจากฟาร์มสัตว์สูงถึง 30% — ตัวเลขที่ผูกโยงวิกฤตสุขภาพและวิกฤตโลกร้อนเข้าด้วยกัน”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของแนวคิดหลักของคะตะลิสต์ ONE HEALTH · ONE WELFARE · ONE PLANET — สุขภาพของคน สวัสดิภาพของสัตว์ และความยั่งยืนของโลกคือเรื่องเดียวกันที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน

“ตอนผมอยู่ในห้องตรวจ ผมรักษาคนได้ทีละคน แต่ถ้าเราเปลี่ยนระบบได้ เราช่วยคนได้พร้อมกันทีเดียวหลายล้าน ดังนั้น จึงได้วางโรดแมพของคะตะลิสต์ให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางที่เชื่อมคนกับโอกาส” กระตุ้นการแบ่งปันองค์ความรู้กับการลงมือทำ เพื่อให้ระบบอาหาร นโยบายสุขภาพ  และมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น สู่ผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์จริงต่อสังคม”

สิ่งที่ทำให้ คะตะลิสต์ โดดเด่นและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พันธมิตรคือการมีเครือข่ายทางการแพทย์และสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง ทั้งในระดับประเทศและสากล เป็นจุดแข็งที่หาได้ยากจากวิสาหกิจเพื่อสังคมทั่วไป

ความสำเร็จเชิงประจักษ์: ผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง

ที่ผ่านมา CATALYST ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการระดับประเทศและภูมิภาค ได้แก่

1.โครงการ Meatless Friday

จุดประกายจากแนวคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเด็กหยุดกินเนื้อสัปดาห์ละหนึ่งมื้อ อะไรจะเกิดขึ้น โดยโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือกับสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ขยายผลจากโครงการนำร่องสู่การปรับใช้ในโรงเรียนประถมศึกษา 100 โรงเรียน โดยทำงานร่วมกับครู นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์และเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อออกแบบเมนูสร้างสรรค์มื้ออาหารจากพืชที่ทั้งอร่อยและเหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ผลที่ได้เมื่อยึดตามหลักการคำนวณของ Meatless Monday ในประเทศอังกฤษพบว่า การที่เด็ก ๆ ได้กินอาหารเมนูสร้างสรรค์จากพืชประมาณ 4 แสน มื้อใน 1 ปีนี้ ส่งผลต่อการดูแลโลกจากการประหยัดน้ำถึงประมาณ 6 ล้านอ่างอาบน้ำต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3 ล้านไมล์ต่อปี

2.โครงการ Happy Egg (Cage-Free Egg Systems)

เพื่อปรับปรุงให้ทันกับเทรนด์โลกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิภาพของไก่ไข่ในประเทศไทย สถิติปี 2567 มีจำนวนกว่า 54 ล้านตัวในระบบฟาร์มกรงตับ คะตะลิสต์ใช้ยุทธศาสตร์บูรณาการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้กลยุทธ์ ตลาดนำการผลิต ด้วยความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกร กรมปศุสัตว์ มหาวิทยาลัย โดยสนับสนุนฟาร์มไก่ไข่ในการปรับตัวสู่ระบบไม่ขังกรง พร้อมเชื่อมโยงสู่ผู้ซื้อหลักในกลุ่มโรงแรม ค้าปลีก และร้านอาหาร ปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดีจากบริษัท โรงแรม ร้านอาหาร และโรงงานผลิตอาหารชั้นนำกว่า 20 แห่ง เป็นปริมาณกว่า 10 ล้านฟองต่อปี

นอกจากนี้ คะตะลิสต์ ได้สร้างมาตรฐานการรับรอง “Happy Egg” เป็นมาตรฐาน Cage-Free รายแรกในเอเชีย ซึ่งพัฒนาร่วมกับ University College Dublin ประเทศไอร์แลนด์ และ University of Bristol ของสหราชอาณาจักร เพื่อให้ไข่ไก่ไร้กรงให้มีสวัสดิภาพและมาตรฐานเทียบเท่าสากลสำหรับการส่งออก

3.สนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถทางการเกษตร ฟาร์มไก่ไข่

คะตะลิสต์ร่วมพัฒนามาตรฐานการรับรองสวัสดิภาพสัตว์โดยหน่วยงานอิสระแห่งแรกในไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากยุโรปและของไทย จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งในไทยและอินโดนีเซียกว่า 500 คน เพื่อกำหนดมาตรฐานไข่ไก่ไร้กรงระดับชาติ

ก้าวต่อไปเพื่อปักหมุดประเทศไทยสู่ Smart Food Hub และ Blue Zone ของโลก

นพ.วัชระ กล่าวว่า “ประเทศไทยไม่ใช่แค่ครัวของโลก แต่ควรเป็นแบบอย่างให้โลกเห็นถึงวิธีการกินในวิถีไทย วิถีเอเชีย เพื่อสุขภาพและการมีอายุที่ยืนยาว (Longevity) คะตะลิสต์กำลังสร้าง SMART Food Index ดัชนีชี้วัดคุณภาพอาหารเชิงนิเวศน์และสุขภาพ โดยมีแผนจัดการแข่งขัน SMART Food Index Contest เพื่อค้นหาเมนูอาหารที่ดีที่สุดจากร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน และจังหวัดทั่วประเทศ ปูทางให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “Smart Food Hub” หรือศูนย์กลางอาหารอัจฉริยะที่ตอบโจทย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังให้ไทยไม่เพียงแต่เป็นครัวของโลกที่เน้นปริมาณ แต่ยังมีคุณภาพ และช่วยส่งเสริมให้เกิด Blue Zone พื้นที่ต้นแบบในประเทศไทยได้ เพิ่มภาพลักษณ์ใหม่สู่การเป็นจุดหมายของผู้คนที่มองหาพื้นที่ปลอดภัย มีความสุขและอุดมด้วยสุขภาวะที่ดีรอบด้าน และอยู่ร่วมกับโลกได้อย่างยั่งยืน”

เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

คะตะลิสต์เปิดกว้างสำหรับ ภาคธุรกิจ ที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน ESG ด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่วัตถุดิบที่มีสวัสดิภาพ สถาบันการศึกษา ที่สนใจโครงการอาหารกลางวันยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรด้านสุขภาพ ที่ต้องการพันธมิตรด้านนโยบายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์นานาชาติ “International Symposium on NCD SMART Food 2026” ในวันที่ 7 เมษายน 2569 (ภาคบ่าย – บรรยายภาษาไทย) โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศ และพบกับวิทยากรระดับโลก อาทิ Dr. Michael Greger, MD, FACLM ผู้เขียนหนังสือ How Not To Die คัมภีร์ชนะทุกโรค เพื่อร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ลงทะเบียนฟรี ที่ https://luma.com/8kllmf5z และติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อร่วมงานในโครงการต่าง ๆ กับ CATALYST ได้ทาง เพจ catalystintercorp โทร. 096-186-7862 หรืออีเมล office@catalystintercorp.com


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *