สัมภาษณ์ ศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
ทำไมเวียดนามจะแซงไทยในปีนี้?
1.อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าอย่างมาก
เวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว-GDP เติบโตประมาณ 8% ในปี 2025 และมีเป้าหมายถึง 10% ในปี 2026 ขณะที่ไทยเติบโตเพียง 1.5–3% เท่านั้นตามการคาดการณ์ของ OECD และองค์กรอื่นๆ ถ้าเวียดนามยังรักษาอัตราเติบโตได้ คาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจรวม (nominal GDP) จะเกินไทยภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า
2.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ
เวียดนามทุ่มงบลงทุนสาธารณะมากขึ้น-คาดว่าจะเพิ่มงบลงทุนรัฐบาล 26% ในปี 2026 ซึ่งช่วยขับ GDP ขึ้นอีก ~1.6 %
ตัวอย่างโครงการสำคัญ สนามบินนานาชาติใหม่ใกล้โฮจิมินห์ รถไฟเชื่อมทางเศรษฐกิจหลายระยะ สิ่งนี้ช่วยส่งเสริมการลงทุนและดึง FDI มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3.ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างและแรงงาน
เวียดนามมีแรงงานมากขึ้นและต้นทุนต่ำกว่า โครงสร้างอายุประชากรวัยทำงานมากกว่าไทย และการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง ดร.สมภพ กล่าวด้วยว่า โมเดลพัฒนาเดิมของไทย (เน้นอุตสาหกรรมทั่วไป) ไม่สามารถแข่งขันกับโมเดลใหม่ของเวียดนามในระยะยาวได้
4.ไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน
ไทยกำลังเผชิญกับ:
• หนี้ครัวเรือนสูง ที่จำกัดการใช้จ่ายภายในประเทศ
• การเติบโตของการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
• ปัญหาการเมืองภายในและความไม่แน่นอนทางนโยบายเสี่ยงฉุดการลงทุน
• ภาคการผลิตบางส่วนถดถอย (บางค่ายรถหยุดสายการผลิตในไทย)
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไทยเติบโตช้ากว่าเวียดนามอย่างชัดเจน
ไทยควรปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไรให้แข่งขันได้?
1.ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจาก “อุตสาหกรรมดั้งเดิม” ไปสู่ “บริการและเทคโนโลยี”
ศ.ดร.สมภพ แนะนำว่า ไทยควรลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมพื้นฐาน หันเน้นกลุ่มบริการที่ไทยมีศักยภาพสูง เช่น บริการทางการแพทย์, ธุรกิจอาหาร, ความบันเทิง, กีฬาเชิงพาณิชย์, ค้าปลีก/ค้าส่ง และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อเป็น “เครื่องยนต์” การเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่
2.ยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม
อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ แนะนำต่อว่า ไทยควรเน้นการพัฒนา เทคโนโลยีขั้นสูง ยกระดับแรงงานให้มีทักษะสูงขึ้น ปรับระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดโลก เพื่อให้ไทยแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้
3.ปรับปรุงนโยบายเพื่อดึงการลงทุน (FDI) และเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ
ลดการขัดข้องของโครงการลงทุน ปรับกฎระเบียบให้คล่องตัวและโปร่งใส เพื่อดึงเงินลงทุนจากบริษัทต่างชาติและเร่งขยายธุรกิจในประเทศ ยังเป็นนโยบายสำคัญที่ไทยควรดำเนินการต่อ
4.ใช้ศักยภาพภูมิศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ไทยมีตำแหน่งที่ตั้งที่เชื่อมภูมิภาค เครือข่ายการค้ากว้าง การใช้ความได้เปรียบนี้ให้มากขึ้น (เช่น ศูนย์กลางขนส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ) จะช่วยเสริมเศรษฐกิจของไทยได้








